⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 55/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 55/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สัญญาตกลงกันว่าหากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ภายในกำหนดเวลา ผู้ให้กู้จะได้รับโอนทรัพย์สินที่จำนองไว้เป็นสิทธิขาดนั้น กฎหมายให้ถือว่าเป็นการตกลงซื้อขายทรัพย์สินนั้นโดยมีเงื่อนไข และต้องตีราคาทรัพย์สินนั้นตามราคาตลาดในเวลาที่ทำสัญญา หากผู้ให้กู้จะฟ้องบังคับให้ผู้กู้โอนทรัพย์สินให้แก่ตน จะต้องเป็นการตีราคาตามราคาตลาดในเวลาที่ทำสัญญาเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

กู้เงินกันแล้วมอบที่ดินให้ผู้ให้กู้ครอบครองโดยมีเงื่อนไขว่าถ้าไม่ชำระเงินกู้ภายใน 1 ปี ผู้กู้ยอมโอนที่ให้เป็นสิทธิแก่ผู้ให้กู้ ดังนี้ เป็นเรื่องตาม ป.ม. แพ่งฯมาตรา 656 วรรค 2 ซึ่งผู้ให้กู้จะเอาที่ดินซึ่งผู้กู้ได้มอบให้ไว้ เพื่อได้ตกลงกันไว้หาได้ไม่เพราะกฎหมายให้คิดเป็นจำนวนเท่ากับราคาห้องตลาดแห่งสิ่งของหรือทรัพย์นั้น ฉะนั้นผู้ให้กู้จะฟ้องขอให้บังคับผู้กู้จัดการโอนที่ดินให้แก่โจทก์ไม่ได้และในกรณีเช่นนี้จะถือว่า ผู้ให้กู้ใด้สละสิทธิครองครองที่ดินที่มอบให้ไว้ก็ไม่ได้ เพราะยังจะต้องดำเนินการในเรื่องที่จะยอมโอนต่อไปอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.656 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์ไป แล้วมอบที่ดิน ๑ แปลง ให้โจทก์ครอบครองโดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าไม่ชำระเงินกู้ให้โจทก์ภายใน ๑ ปี จำเลยยอมโอนที่ให้เป็นสิทธิแก่โจทก์ ตั้งแต่กู้แล้ว จำเลยไม่เคยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยเลยโจทก์คงครอบครองที่นี้มาและได้ปลูกยางพาราลงประมาณ ๒๔๐๐ ต้น ต้องเสียค่าบำรุงรักษาเป็นเงิน ๒๔๐๐๐ บาท บัดนี้จำเลยยื่นคำร้องต่ออำเภอจะขายที่แปลงนี้ให้บุคคลอื่น จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่แปลงนี้เป็นของโจทก์แล้ว หรือมิฉะนั้นก็ให้จำเลยจัดการโอนที่ดินให้โจทก์ ถ้าไม่สามารถจะทำได้ก็ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแลชำระเงินต้นคืนรวม ๒๖๕๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้เงินกู้ ๒๕๐๐ บาทแก่โจทก์ คำขออย่างอื่นให้ยก โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ในสัญญากู้จะมีว่าถ้าไม่ชำระเงินกู้ภายใน ๑ ปี จำเลยยอมโอนที่ให้เป็นสิทธิแก่โจทก์นั้น ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้สละสิทธิครอบครอง เพราะยังจะต้องดำเนินการในเรื่องที่จะยอมโอนต่อไปอีก ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยจัดการโอนที่ดินให้ตามสัญญานั้น เห็นว่าเป็นเรื่องเงินตู้ตาม ป.ม.แพ่งมาตรา ๖๕๖ วรรค ๒ ซึ่งผู้ให้กู้ (โจทก์) จะเอาที่ดินซึ่งผู้กู้(จำเลย) ได้มอบให้ไว้เพื่อยึดถือเป็นประกันเงินกู้ตามที่ได้ทำสัญญาไว้หาได้ไม่ เพราะกฎหมายให้คิดเป็นจำนวนเท่ากับราคาท้องตลาดแห่งสิ่งของหรือทรัพย์สินนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้จะบังคับให้จำเลยจัดการโอนที่ดินให้แก่โจทก์จึงไม่ได้ ทั้งคดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องเรียกค่าแห่งที่ดินที่เพิ่มขึ้น เพราะการปลูกต้นไม้ตาม ป.ม.แพ่งมาตรา ๑๓๑๔ และมิได้เรียกร้องดอกเบี้ยเงินกู้ด้วย เป็นแต่เรียกร้องเป็นค่าปลูกต้นไม้ และค่าบำรุงรักษาที่โจทก์ได้ลงทุนไป จึงไม่มีเหตุที่จะบังคับให้จำเลยใช้ได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 55/2494 นายชิวปั๊ก แซ่กังที่ 1, นายใช้อยุ่ หรือ เห้งอยู่ แซ่ตั้งที่ 2, โจทก์ นางชลิบ ชะนะสงคราม ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชิวปั๊ก แซ่กังที่ 1, นายใช้อยุ่ หรือ เห้งอยู่ แซ่ตั้งที่ 2, · ล. - นางชลิบ ชะนะสงคราม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 76/2489ฎีกา 2971/2543ฎีกา 1188/2493ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 600/2536ฎีกา 142/2492ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 6667/2542ฎีกา 472/2526ฎีกา 945/2537ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3421/2538ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 1686/2520ฎีกา 7863/2538ฎีกา 2533/2549ฎีกา 7706/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา