คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1686/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่จำเลยให้การว่าซื้อที่ดินพิพาทจากโจทก์ ถือว่าจำเลยเข้าใจและมิได้หลงต่อสู้ฟ้องของโจทก์ที่บรรยายถึงการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์
2. การที่จำเลยเปลี่ยนลักษณะการครอบครองที่ดินพิพาทโดยการคัดค้านมิให้บุตรโจทก์ปลูกเรือนในที่พิพาท ยังไม่ถึง 1 ปี โจทก์จึงฟ้องขอคืนการครอบครองได้ไม่ขาดสิทธิ
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ได้ที่พิพาทโดยการครอบครองทำประโยชน์มาประมาณ 30 ปี แผนที่ท้ายฟ้องโจทก์ได้ระบุอาณาเขตของที่ดินโจทก์ว่าอยู่ติดกับที่ดินของใครไว้โดยรอบของที่ดินแล้ว จำเลยก็ให้การว่าซื้อที่ดินพิพาทจากโจทก์ มิได้หลงต่อสู้หรือไม่เข้าใจฟ้องอย่างใด ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม
ที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของโจทก์จำเลยเพิ่งคัดค้านมิให้บุตรโจทก์ปลูกเรือนในที่พิพาท อันเป็นการเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองเอาที่พิพาทเป็นของตนยังไม่ถึง 1 ปี โจทก์ฟ้องเพื่อเอาคืนการครอบครองได้ไม่ขาดสิทธิฟ้องร้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินนาและสวนมะพร้าว ๑ แปลง ปรากฏตาแผนที่ท้ายฟ้อง โจทก์ครอบครองทำประโยชน์มาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ ปี เมื่อประมาณ ๑๕ ปีมานี้สามีจำเลยและจำเลยขออาศัย โจทก์อนุญาตและให้ช่วยดูแลรักษาผลประโยชน์ในที่ดินโจทก์ด้วย ต่อมาเมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๑๗ โจทก์ให้บุตรโจทก์เข้าปลูกเรือนในที่ดินดังกล่าว จำเลยและบุตรจำเลยขัดขวาง จึงขอให้ศาลบังคับขับไล่จำเลย
จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยโดยจำเลยและสามีจำเลยซื้อมาจากโจทก์มาเมื่อ ๑๘-๑๙ ปี สามีจำเลยและจำเลยได้ครอบครองมาโดยความสงบเปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว โจทก์และบริวารไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม จำเลยอาศัยที่ดินโจทก์ คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่บรรยายฟ้องว่าที่ดินพิพาทโจทก์ได้มาอย่างไร แผนที่ท้ายฟ้องไม่บอกทิศทางนั้น ปรากฏว่าโจทก์บรรยายฟ้องไว้แล้วว่าโจทก์ได้ที่พิพาทโดยการครอบครองทำประโยชน์มาประมาณ ๓๐ ปี แผนที่ท้ายฟ้องโจทก์จะระบุอาณาเขตของที่ดินของโจทก์ว่าอยู่ติดต่อกับที่ดินของใคร ไว้โดยรอบของที่ดินแล้ว จำเลยให้การว่าซื้อที่ดินพิพาทมาจากโจทก์ มิได้หลงต่อสู้หรือไม่เข้าใจฟ้องอย่างใด ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมและฟ้งข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์มีสิทธิครอบครองให้จำเลยอาศัยจำเลยเพิ่งคัดค้านมิให้บุตรโจทก์ปลูกเรือนในที่พิพาทเป็นการเปลี่ยนลักษณะการครอบครองเอาที่พิพาทเป็นของตนเมื่อเดือน ๖ พ.ศ. ๒๕๑๗ โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๑๗ ยังไม่ถึง ๑ ปี โจทก์ฟ้องเอาคืนการครอบครองได้ไม่ขาดสิทธิฟ้องร้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1686/2520
นายเพื่อม สารมาศ โจทก์
นางปาน คณะหมู ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเพื่อม สารมาศ · ล. - นางปาน คณะหมู |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุมิตร ฟักทองพรรณ · ถนัด ลีลากุล · สุวัฒน์ รัตรสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปากพนัง - นายนำชัย สุนทรพินิจกิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล สว่างเนตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา