คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4134/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ค่าจ้างประจำเดือนที่เกิดขึ้นภายหลังศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และนายจ้างไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการต่อไป เป็นหนี้ที่ขอรับชำระได้ตามกฎหมายล้มละลาย
ย่อคำพิพากษา
เงินค่าจ้างประจำเดือนค้างจ่ายเป็นหนี้ประเภทหนึ่งที่จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจะต้องจ่ายให้ผู้ร้องซึ่งเป็นลูกจ้าง แต่เมื่อจำเลยนายจ้างถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว แล้วไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการโดย จ.พ.ท. ต่อไป และหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยชั่วคราว จึงเป็นหนี้ที่ขอรับชำระหนี้ไม่ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 มาตรา 94
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.2 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.94 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.146
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เดิมผู้ร้องเป็นลูกจ้างของจำเลยได้รับสินจ้างทุกสิ้นเดือน ต่อมาศาลแพ่งได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยชั่วคราวเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๒๙ ผู้ร้องได้ขอรับเงินเดือนประจำเดือนมกราคม ๒๕๒๙ จำเลยปฏิเสธ ผู้ร้องจึงฟ้องจำเลย ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ในคดีแรงงานว่า การพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว หามีผลทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยผู้เป็นนายจ้างกับผู้ร้องต้องสิ้นสุดหรือระงับไปด้วยไม่ ผู้ร้องยังเป็นลูกจ้างของจำเลย ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอรับเงินเดือนที่ค้างจ่าย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านขอให้ศาลยกคำร้องของผู้ร้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จ่ายค่าจ้างค้างจ่ายประจำเดือนมกราคม ๒๕๒๙ แก่ผู้ร้องค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยว่า จำเลยโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายประจำเดือนมกราคม ๒๕๒๙ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาศาลฎีกาคดีแรงงานหรือไม่ เห็นว่าตามที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ในคดีแรงงานว่าผู้ร้องมีสิทธิฟ้องเรียกร้องเอาค่าจ้างค้างจ่ายจากจำเลยได้ทันทีนั้น เป็นการวินิจฉัยถึงสิทธิของลูกจ้างที่มีต่อนายจ้าง แต่การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นลูกจ้างจะได้รับค่าจ้าง ซึ่งเป็นหนี้ประเภทหนึ่งที่จำเลยในฐานะเป็นนายจ้างผู้ร้องจะต้องจ่ายให้ผู้ร้องนั้น ก็จะต้องบังคับตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า หลังจากที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยชั่วคราวแล้ว ทางราชการได้อนุญาตให้จำเลยประกอบธุรกิจเงินทุนหลักทรัพย์ต่อไปได้ จำเลยโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่มีอำนาจดำเนินการประกอบธุรกิจดังกล่าวต่อไป เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คงมีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับหนี้สินต่าง ๆ ของจำเลยตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘ เท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ค่าจ้างประจำเดือนมกราคม ๒๕๒๙ จะต้องจ่ายให้ผู้ร้องเมื่อวันสิ้นเดือนมกราคม ๒๕๒๙ จึงถือว่าเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๒๙ ซึ่งเป็นวันที่ศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยชั่วคราว จึงเป็นหนี้ชนิดที่ขอรับชำระหนี้ไม่ได้ ฎีกาผู้คัดค้านฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเห็นสมควรให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4134/2532
นางวนิดา เตชะรัตนไชย โจทก์
นายองอาจ ลัทธิวงศกร ผู้ร้อง
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เฟิสท์ทรัสต์ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางวนิดา เตชะรัตนไชย · ผู้ร้อง - นายองอาจ ลัทธิวงศกร · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · จำเลย - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เฟิสท์ทรัสต์ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ดุสิต วราโห · เดชา สุวรรณโณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสมบัติ อรรถพิมล · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา