⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4661/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4661/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขคำฟ้องเพื่อให้เอกสารแนบท้ายถูกต้องสมบูรณ์ แม้จะกระทำภายหลังการสืบพยานไปแล้ว ศาลมีอำนาจอนุญาตได้ หากการแก้ไขนั้นไม่ทำให้คู่กรณีเสียเปรียบ และไม่เป็นการนำพยานหลักฐานใหม่เข้ามาในสำนวน.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด แม้โจทก์จะแนบเอกสารท้ายฟ้องอันแสดงถึงการเป็นนิติบุคคลของโจทก์โดยแนบสำเนาหนังสือรับรองของนิติบุคคลอื่นอันเป็นเรื่องที่โจทก์แนบมาผิดพลาดการแนบเอกสารท้ายฟ้องก็เป็นเพียงเพื่อให้ชัดเจนถึงฐานะของโจทก์ ไม่ใช่หลักฐานอันเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี ทั้งจำเลยก็เคยเป็นกรรมการผู้จัดการของโจทก์มาก่อนและยังให้การยอมรับเช่นนั้น ย่อมเป็นการยอมรับว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลแล้ว การที่โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับการเป็นนิติบุคคลของโจทก์โดยแนบหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคลของโจทก์ฉบับที่ถูกต้องภายหลังที่โจทก์ได้สืบพยานไปแล้ว ศาลย่อมมีอำนาจที่จะอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องดังกล่าวได้ กรณีไม่ต้องด้วยข้อห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 โจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลมาแต่ต้นการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีชอบด้วยกฎหมายและโจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเคยเป็นกรรมการผู้จัดการของโจทก์ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปในทางมิชอบในการอนุมัติให้สินเชื่อและให้กู้ยืมเงิน ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ และต่อสู้ว่าโจทก์มิใช่นิติบุคคลตามกฎหมาย หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ เป็นหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคลของห้างหุ้นส่วนจำกัดฟูหงวนเทรดดิ้ง ไม่ใช่หนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคลของโจทก์ การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องโจทก์บรรยายว่าโจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ในการให้กู้ยืมเงิน รับซื้อลดเช็ค และให้สินเชื่อโดยวิธีอื่น ๆ มีนายอุกฤษฎ์ ควรพินิจ และนายสุจินต์ ชววิสุทธิกูล เป็นกรรมการผู้มีอำนาจร่วมกันลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญบริษัทโจทก์ และโจทก์ประกอบธุรกิจเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ ปรากฏตามสำเนาหนังสือรับรองของกระทรวงพาณิชย์และหนังสืออนุญาตของกระทรวงการคลังเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑, ๒ แต่ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ กลับเป็นสำเนาหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ รับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลของห้างหุ้นส่วนจำกัดฟูหงวน เทรดดิ้งซึ่งมีวัตถุประสงค์ทำการค้าน้ำมันหล่อลื่น น้ำมันเชื้อเพลิงปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยากำจัดศัตรูพืช และยารักษาโรคสัตว์ทุกชนิดฯลฯ โดยไม่มีวัตถุประสงค์ในการให้กู้ยืมเงิน รับซื้อลดเช็คและไม่ได้ประกอบธุรกิจเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ กับมีนางนัยนาเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เห็นได้ว่า สำเนาหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคลตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ ดังกล่าวมิใช่เป็นหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคลของโจทก์ จำเลยเองก็เคยทำงานเป็นกรรมการผู้จัดการของโจทก์มาก่อนย่อมทราบดีว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ทั้งจำเลยได้ให้การตามคำให้การหน้าแรกว่า "จำเลยยอมรับว่าจำเลยเคยเป็นกรรมการของบริษัทโจทก์..." เป็นการรับรองว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลแล้ว เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ จึงเป็นเรื่องที่โจทก์แนบมาผิดพลาดและหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคลที่แนบมาท้ายฟ้องก็เพื่อให้ชัดเจนในฐานะของโจทก์เท่านั้น ไม่ใช่หลักฐานอันเกี่ยวกับประเด็นข้อกล่าวหาตามฟ้อง เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ พร้อมทั้งแนบหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคลของโจทก์ฉบับที่ถูกต้องมาด้วย แม้จะยื่นภายหลังจากที่ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาท และโจทก์ได้สืบพยานไปแล้ว ศาลแรงงานกลางก็ย่อมมีอำนาจอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องให้ถูกต้องได้ กรณีไม่ต้องด้วยข้อห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๐ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ โจทก์จึงมีฐานะเป็นนิติบุคคลมาแต่ต้น การมอบอำนาจให้นายวัชระฟ้องคดีแทนจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4661/2532 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์จักรวาลทรัสต์ จำกัด โจทก์ นายบุญ บุญบัวสุวรรณ หรือเป้าบุ้ง แซ่เฮ้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์จักรวาลทรัสต์ จำกัด · จำเลย - นายบุญ บุญบัวสุวรรณ หรือเป้าบุ้ง แซ่เฮ้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดา โมกขมรรคกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายรุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 988/2485ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5086/2537ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 5712/2541ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 119/2532ฎีกา 4484/2536ฎีกา 5494/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา