คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 973/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันในเวลาทำงานและบริเวณสถานที่ทำการของนายจ้าง ถือเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน นายจ้างจึงมีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์และนาง ต. ซึ่งเป็นพนักงานของจำเลยได้ทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันในเวลาทำงาน และในบริเวณโรงงานอันเป็นสถานที่ทำการของจำเลยซึ่งมีเครื่องสุขภัณฑ์ อันเป็นสินค้าของจำเลยวางเรียงซ้อนกันอยู่ อาจทำให้เครื่องสุขภัณฑ์ เสียหายได้ทั้งตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยข้อ 10.11 และข้อ 11.3.9ก็ห้ามมิให้พนักงานทุกคนทะเลาะวิวาททำร้ายซึ่งกันและกันในสถานที่ทำการ หากฝ่าฝืนให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงดังนี้ จึงถือได้ว่า การกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในกรณีร้ายแรง จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดขอให้บังคับให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกับพนักงานอื่นในเวลาทำงานอันเป็นการกระทำผิดร้ายแรงตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์ทะเลาะวิวาทกับนางแตงอ่อน เพื่อนร่วมงานในเวลาทำงานและในบริเวณที่ทำงาน ซึ่งมีเครื่องสุขภัณฑ์ วางเรียงซ้อนกันอยู่ อาจทำให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยได้ เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ข้อ 11.3.9 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 และแม้เป็นการผิดวินัยที่ไม่ร้ายแรง จำเลยก็ไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์และนางแตงอ่อนเสนสายทอง ซึ่งเป็นพนักงานของจำเลยได้ทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันในเวลาทำงานและในบริเวณโรงงานอันเป็นสถานที่ทำการของจำเลย ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีเครื่องสุขภัณฑ์ ของจำเลยวางเรียงซ้อนกันอยู่การทะเลาะวิวาททำร้ายกัน อาจทำให้เครื่องสุขภัณฑ์ ของจำเลยเกิดความเสียหายได้ ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยข้อ 10.11 ซึ่งกำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้พนักงานทุกคนทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายซึ่งกันและกันหรือต่อบุคคลใด ๆ ในสถานที่ทำการบริเวณโรงงานหรือบ้านพัก และข้อบังคับของจำเลยดังกล่าว ข้อ 11.3.9กำหนดว่า การกระทำผิดข้อบังคับ ข้อ 10.11 นั้น ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นที่เห็นได้แล้วว่าเหตุที่จำเลยมีข้อบังคับออกมาเช่นนี้ ก็เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เครื่องสุขภัณฑ์ ที่อยู่ภายในบริเวณโรงงานของจำเลยได้รับความเสียหายการที่โจทก์ทะเลาะวิวาททำร้ายกับเพื่อนพนักงานในสถานที่ทำงานของจำเลยจึงถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในกรณีร้ายแรง จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 973/2532
นางสาว จวน ทอง สว่าง โจทก์
บริษัท ไทย อุตสาหกรรม เครื่องปั้นดินเผา จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาว จวน ทอง สว่าง · จำเลย - บริษัท ไทย อุตสาหกรรม เครื่องปั้นดินเผา จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · มาโนช เพียรสนอง · นำชัย สุนทรพินิจกิจ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา