⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2057/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2057/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุยาเสพติดให้โทษ ถือเป็นการผลิตยาเสพติดให้โทษตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ให้คำนิยาม คำว่า"ผลิต" ให้หมายความรวมตลอด ถึง การแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุด้วยการที่จำเลยที่ 1 เทเฮโรอีนจากหลอดใหญ่แบ่งใส่ห่อกระดาษเล็กแล้วเก็บเฮโรอีนขนาดเล็กทั้งหมดใส่ถุงพลาสติกขนาด ใหญ่ ดังนี้ฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้ แบ่งบรรจุอันเป็นการผลิตยาเสพติดให้โทษแล้ว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติระงับการนับเวลาราชการทวีคูณในระหว่างเวลา ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ ลงวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501 ม.15 พระราชบัญญัติระงับการนับเวลาราชการทวีคูณในระหว่างเวลา ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ ลงวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501 ม.65 พระราชบัญญัติระงับการนับเวลาราชการทวีคูณในระหว่างเวลา ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ ลงวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501 ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 65, 66, 102 ที่แก้ไขแล้วประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 ที่แก้ไขแล้ว และริบของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จ จำเลยที่ 1ขอถอนคำให้การเดิมและให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 65 วรรคสอง, 66 วรรคหนึ่งลงโทษจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 65 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 15, 66 วรรคหนึ่ง ลงโทษจำคุก 10 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ส่วนจำเลยที่ 1 แม้จะให้การรับสารภาพเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว แต่คำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามาก เมื่อคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งคดีประกอบ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78ประกอบมาตรา 52(2) ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 25 ปี จำเลยที่ 2 จำคุก5 ปี ริบของกลาง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานผลิตเฮโรอีนซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษไม่ชอบเพราะทางพิจารณาไม่ได้ความว่า จำเลยนี้ผลิตเฮโรอีนอย่างไร จำเลยที่ 1 ควรมีความผิดเพียงมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนเท่านั้น เห็นว่า มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ให้นิยามคำว่า "ผลิต" ให้หมายความรวมตลอดถึงการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุด้วย ตามข้อเท็จจริงในทางพิจารณาคดีนี้ได้ความชัดว่า จำเลยที่ 1 ได้เทเฮโรอีนจากหลอดใหญ่แบ่งใส่ห่อกระดาษเล็ก พอแบ่งเสร็จ จำเลยที่ 1 ก็เก็บห่อเฮโรอีนขนาดเล็กทั้งหมดใส่ถุงพลาสติกขนาดใหญ่แล้วส่งให้จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2ถือถุงพลาสติกเดินออกจากบ้าน สิบตำรวจเอก ประสิทธิ์ น้ำรัก พยานโจทก์กับพวกเข้าจับกุมจำเลยทั้งสองและค้นพบว่าในถุงพลาสติกมีเฮโรอีนบรรจุอยู่ในห่อขนาดเล็ก 90 ห่อ จึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1ได้แบ่งบรรจุอันเป็นการผลิตยาเสพติดให้โทษแล้ว และข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1 กระทำไปเพื่อจำหน่าย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายจึงชอบแล้วฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2057/2533 พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรปราการ โจทก์ นาง ศรีวรรณ บัวแก้ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรปราการ · จำเลย - นาง ศรีวรรณ บัวแก้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มีพาศน์ โปตระนันทน์ · เคียง บุญเพิ่ม · พินิจ ฉิมพาลี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1119/2532ฎีกา 17/2529ฎีกา 2403/2533ฎีกา 2769/2529ฎีกา 2730/2532ฎีกา 472/2534ฎีกา 809/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ