คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2730/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 และประเภท 2 เป็นความผิดต่างกระทงกัน แม้โจทก์มิได้บรรยายฟ้องแยกเป็นรายกระทง ศาลก็มีอำนาจลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดได้หากคำขอท้ายฟ้องอ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ไว้
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 และประเภท 2 เป็นความผิดที่มีบทความผิดและบทลงโทษคนละมาตรากัน จึงเป็นความผิดต่างกระทงกันเมื่อตามฟ้องโจทก์มีความผิดเพียง 2 กระทง แม้โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องแยกเป็นรายกระทง ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าเป็นความผิด 2 กระทงทั้งคำฟ้องตอนต้นได้บรรยายแล้วว่าเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระและคำขอท้ายฟ้องก็อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ไว้แล้วศาลจึงมีอำนาจลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ พ.ศ.2522 ม.66 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.160 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.17 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.69 พระราชบัญญัติระงับการนับเวลาราชการทวีคูณในระหว่างเวลา ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ ลงวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501 ม.15 พระราชบัญญัติระงับการนับเวลาราชการทวีคูณในระหว่างเวลา ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ ลงวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501 ม.17 พระราชบัญญัติระงับการนับเวลาราชการทวีคูณในระหว่างเวลา ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ ลงวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501 ม.66 พระราชบัญญัติระงับการนับเวลาราชการทวีคูณในระหว่างเวลา ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ ลงวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501 ม.69 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๑๕, ๑๖, ๑๗, ๖๕, ๖๖, ๖๘, ๖๙, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา ๖๕ วรรคสอง, ๖๖ วรรคสอง, ๖๘ วรรคสอง,๖๙ วรรคสี่ ความผิดฐานผลิตมอร์ฟีนเพื่อผลิตเป็นเฮโรอีนและฐานผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายแล้วมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นการกระทำกรรมเดียวกัน ลงโทษฐานผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายและฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท ๒ มอร์ฟีน ฝิ่นและโคคาอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา ๔, ๗, ๑๕ วรรคสอง, ๑๖, ๑๗ วรรคสอง,๖๖ วรรคแรก, ๖๙ วรรคสี่ เป็นความผิดกรรมเดียวกัน ลงโทษฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
โจทก์และจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยผลิตยาเสพติดให้โทษตามฟ้อง คงฟังได้เพียงว่าจำเลยมียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ และประเภท ๒ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายปัญหาว่าจะลงโทษจำเลยทุกกระทงความผิดได้หรือไม่ เห็นว่าความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ และประเภท ๒ เป็นความผิดที่มีบทความผิดและบทลงโทษคนละมาตรากัน จึงเป็นความผิดต่างกระทงอย่างชัดแจ้ง ตามฟ้องของโจทก์กรณีนี้มีความผิดเพียง ๒ กระทงเท่านั้น ไม่สับสน แม้โจทก์ไม่บรรยายฟ้องแยกเป็นกระทง ๆ ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าเป็นความผิด ๒ กระทง ทั้งคำฟ้องตอนต้นได้บรรยายไว้แล้วว่าเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน คำขอท้ายฟ้องก็อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ไว้แล้วศาลจึงมีอำนาจลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดได้
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เรียงกระทงลงโทษจำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2730/2532
พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดฝาง โจทก์
นายบุญรัตน์หรือไมล์ ถ้วยทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดฝาง · จำเลย - นายบุญรัตน์หรือไมล์ ถ้วยทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · เดชา สุวรรณโณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดฝาง - นายรักเกียรติ วัฒนพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชวลิต พรายภู่ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา