คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการร่วมกันกระทำความผิดในกรรมเดียวกัน แม้จะแบ่งแยกหน้าที่กันซุกซ่อนเฮโรอีนคนละจำนวนก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทั้งสองร่วมกันนำเฮโรอีนจำนวนเดียว กันออกนอกประเทศแต่ แบ่งแยกหน้าที่กันซุกซ่อน โดย จำเลยที่ ๑ ซุกซ่อน ติดตัว ไป ๓ ก้อนจำเลยที่ ๒ ซุกซ่อน ติดตัว ไป ๙ ก้อน จำเลยทั้งสองนั่งรถแท็กซี่คันเดียวกันไปยังท่าอากาศยานกรุงเทพเพื่อเดินทางออกนอกประเทศโดย เครื่องบินลำเดียวกัน และถูก จับในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะอยู่ห่างกัน ๔๐ เมตร ดังนี้ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการร่วมกันกระทำผิดในกรรมเดียวกัน เมื่อจำเลยที่ ๒ เคยถูก โจทก์ฟ้องและมีคำพิพากษาถึงที่สุดในกรรมนี้ไปแล้ว โจทก์มาฟ้องจำเลยที่ ๒อีกจึงเป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๓๙(๔) ศาลชอบที่จะยกฟ้องโจทก์เฉพาะตัว จำเลยที่ ๒.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | การ กรมอัยการ. - พนักงานอัย · ฟน กับพวก. - นางสาว ซีเนีย เทา ซุค แ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · เคียง บุญเพิ่ม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา