คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1119/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ถือเป็นความผิดกรรมเดียวกับการจำหน่ายเฮโรอีน และมีโทษเท่ากัน
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ร่วมกันกระทำความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนมีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 เป็นคนติดต่อขายเฮโรอีน แล้วจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 เป็นคนไปขนเฮโรอีนมาส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อ ดังนี้ ก่อนที่จะส่งมอบเฮโรอีนให้แก่ผู้ซื้อ ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 มีเฮโรอีนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้ว เป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนจำนวนดังกล่าว และมีโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษฐานจำหน่ายเฮโรอีน.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหกร่วมกันมีเฮโรอีนคำนวณเป็นสารบริสุทธิ ๑๑,๘๗๗.๖๗ กรัมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเฮโรอีนจำนวนดังกล่าว ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗, ๑๕, ๖๖, ๑๐๒ และริบเฮโรอีนของกลาง
จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้วจำเลยที่ ๓ ให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ มีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๖ วรรคสอง, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓ ลงโทษประหารชีวิต จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน คำให้การของจำเลยที่ ๔ และที่ ๖ เป็นประโยชน์ในการพิจารณา จึงลดโทษให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ คนละหนึ่งในสามคงลงโทษจำคุกคนละตลอดชีวิต ยกฟ้องจำเลยที่ ๖ ริบของกลาง
โจทก์ จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น
โจทก์ จำเลยที่ ๕ และที่ ๖ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ในข้อหาฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอีกบทหนึ่งนั้น เห็นว่า เกี่ยวกับการซื้อขายเฮโรอีนรายนี้ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ร่วมกระทำความผิดกันมาตลอดมีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และ ๕ เป็นคนติดต่อขายเฮโรอีน แล้วจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๖ เป็นคนไปขนเฮโรอีนมาส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อ ดังนั้น ก่อนที่จะส่งมอบเฮโรอีนของกลางให้แก่ผู้ซื้อ ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ มีเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้ว
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ มีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๖ วรรคสอง อีกบทหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนจำนวนดังกล่าว และมีโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษฐานจำหน่ายเฮโรอีน ส่วนกำหนดโทษและการบังคับคดีนอกจากนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1119/2532
พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์
นายสมพงษ์ มีท้วม กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ · จำเลย - นายสมพงษ์ มีท้วม กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประชา บุญวนิช · บุญส่ง วรรณกลาง · นิเวศน์ คำผอง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายอรรถสิทธิ์ ร่มไทรทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา