⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2350/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2350/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่ามีพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามและประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรที่กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ โดยอ้างอิงสำเนาประกาศท้ายฟ้อง ถือว่าเป็นการบรรยายฟ้องโดยสมบูรณ์ว่ากฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้ว แม้โจทก์ไม่ได้ส่งสำเนาพระราชกฤษฎีกามาพร้อมฟ้อง ก็ไม่ทำให้ฟ้องไม่สมบูรณ์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามพ.ศ. 2530 กำหนดให้ไม้ตะเคียนหินในป่าท้องที่ทุกจังหวัดเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรได้ออกประกาศให้กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตลอดเขตท้องที่ทุกจังหวัดดังปรากฏรายละเอียดตามสำเนาประกาศท้ายฟ้อง พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศแล้ว ในสำเนาประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรที่โจทก์แนบมาท้ายฟ้องซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องนั้น ปรากฏว่าประกาศดังกล่าวได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว กรณีจึงเท่ากับว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้แล้วว่าประกาศนั้นได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษามาพ้นเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศตาม มาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ และเมื่อตามฟ้องของโจทก์ฟังได้ว่าพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2530 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศแล้วพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวย่อมมีผลใช้บังคับได้เป็นกฎหมายในขณะที่จำเลยกระทำความผิด แม้โจทก์ไม่ได้ส่งสำเนาพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมาพร้อมกับฟ้อง ก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์แต่ประการใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2530 ม.4 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.47

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ เวลากลางวันจำเลยทั้งสองร่วมกันมีไม้ยางแปรรูปจำนวน ๔๔๘ ชิ้น ปริมาตรรวม ๒.๙๒ ลูกบาศก์เมตร และไม้ตะเคียนหินแปรรูปจำนวน ๒๔ ชิ้นปริมาตรรวม ๐.๒๙ ลูกบาศก์เมตร รวมปริมาตรไม้ทั้งสองชนิด ๓.๒๑ ลูกบาศก์เมตร อันเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไว้ในครอบครองในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เหตุเกิดที่ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา มีผู้นำเข้าพนักงานจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมด้วยไม้แปรรูปดังกล่าวเป็นของกลางขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔,๗, ๔๘, ๗๓, ๗๔, ๗๔ จัตวา พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๙, ๒๘ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๔ พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๔ ริบของกลางและจ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔, ๗, ๔๘, ๗๓, ๗๔, ๗๔ จัตวา ที่แก้ไขแล้ว ลงโทษจำคุกคนละ ๑ ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก คนละ ๖ เดือน ริบของกลาง คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะข้อ ๒.๑ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายส่วนข้ออื่นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงมีคำสั่งไม่รับ ศาลฎีกาตรวจวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาวินิจฉัยตามฏีกาของจำเลยทั้งสองซึ่งศาลชั้นต้นสั่งรับมาเพียงว่า ฟ้องของโจทก์สมบูรณ์หรือไม่โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า ประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรซึ่งกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษามาพ้นเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศแล้วตามมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ นอกจากนี้โจทก์ไม่ได้ส่งพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งกำหนดให้ไม้ตะเคียนหินเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. มาพร้อมกับฟ้องด้วย ฟ้องของโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ พิเคราะห์แล้ว โจทก์บรรยายฟ้องว่า ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๓๐ กำหนดให้ไม้ตะเคียนหินในป่าท้องที่ทุกจังหวัดเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรได้ออกประกาศให้กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตลอดเขตท้องที่ทุกจังหวัด ดังปรากฏรายละเอียดตามสำเนาประกาศท้ายฟ้อง พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศแล้ว ในสำเนาประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรที่โจทก์แนบมาท้ายฟ้องซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องนั้น ปรากฏว่าประกาศดังกล่าวได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตอนที่ ๙๔ ลงวันที่ ๑๓พฤศจิกายน ๒๔๙๙ กรณีจึงเท่ากับว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้แล้วว่าประกาศนั้นได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบิษามาพ้นเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศตามมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ และเมื่อตามฟ้องของโจทก์ฟังได้ว่าพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศแล้ว พระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวย่อมมีผลใช้บังคับได้เป็นกฎหมายในขณะที่จำเลยทั้งสองกระทำความผิด แม้โจทก์ไม่ได้ส่งสำเนาพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมาพร้อมกับฟ้อง ก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์แต่ประกานใด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2350/2533 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายฝาด กาฬสินธ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายฝาด กาฬสินธ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กู้เกียรติ สุนทรบุระ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สุวรรณ ตระการพันธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายโชติรัตน์ เหลืองประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา