⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2350/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2350/2533

พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม ม.4 · พ.ร.บ.ป่าไม้ ม.47

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่ามีพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามและประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรที่กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ โดยอ้างอิงสำเนาประกาศท้ายฟ้อง ถือว่าเป็นการบรรยายฟ้องโดยสมบูรณ์ว่ากฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้ว แม้โจทก์ไม่ได้ส่งสำเนาพระราชกฤษฎีกามาพร้อมฟ้อง ก็ไม่ทำให้ฟ้องไม่สมบูรณ์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามพ.ศ. 2530 กำหนดให้ไม้ตะเคียนหินในป่าท้องที่ทุกจังหวัดเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรได้ออกประกาศให้กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตลอดเขตท้องที่ทุกจังหวัดดังปรากฏรายละเอียดตามสำเนาประกาศท้ายฟ้อง พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศแล้ว ในสำเนาประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรที่โจทก์แนบมาท้ายฟ้องซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องนั้น ปรากฏว่าประกาศดังกล่าวได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว กรณีจึงเท่ากับว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้แล้วว่าประกาศนั้นได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษามาพ้นเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศตาม มาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ และเมื่อตามฟ้องของโจทก์ฟังได้ว่าพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2530 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศแล้วพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวย่อมมีผลใช้บังคับได้เป็นกฎหมายในขณะที่จำเลยกระทำความผิด แม้โจทก์ไม่ได้ส่งสำเนาพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมาพร้อมกับฟ้อง ก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์แต่ประการใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2530 ม.4 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.47

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ เวลากลางวันจำเลยทั้งสองร่วมกันมีไม้ยางแปรรูปจำนวน ๔๔๘ ชิ้น ปริมาตรรวม ๒.๙๒ ลูกบาศก์เมตร และไม้ตะเคียนหินแปรรูปจำนวน ๒๔ ชิ้นปริมาตรรวม ๐.๒๙ ลูกบาศก์เมตร รวมปริมาตรไม้ทั้งสองชนิด ๓.๒๑ ลูกบาศก์เมตร อันเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไว้ในครอบครองในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เหตุเกิดที่ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา มีผู้นำเข้าพนักงานจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมด้วยไม้แปรรูปดังกล่าวเป็นของกลางขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔,๗, ๔๘, ๗๓, ๗๔, ๗๔ จัตวา พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๙, ๒๘ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๔ พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๔ ริบของกลางและจ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔, ๗, ๔๘, ๗๓, ๗๔, ๗๔ จัตวา ที่แก้ไขแล้ว ลงโทษจำคุกคนละ ๑ ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก คนละ ๖ เดือน ริบของกลาง คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะข้อ ๒.๑ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายส่วนข้ออื่นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงมีคำสั่งไม่รับ ศาลฎีกาตรวจวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาวินิจฉัยตามฏีกาของจำเลยทั้งสองซึ่งศาลชั้นต้นสั่งรับมาเพียงว่า ฟ้องของโจทก์สมบูรณ์หรือไม่โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า ประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรซึ่งกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษามาพ้นเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศแล้วตามมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ นอกจากนี้โจทก์ไม่ได้ส่งพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งกำหนดให้ไม้ตะเคียนหินเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. มาพร้อมกับฟ้องด้วย ฟ้องของโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ พิเคราะห์แล้ว โจทก์บรรยายฟ้องว่า ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๓๐ กำหนดให้ไม้ตะเคียนหินในป่าท้องที่ทุกจังหวัดเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรได้ออกประกาศให้กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตลอดเขตท้องที่ทุกจังหวัด ดังปรากฏรายละเอียดตามสำเนาประกาศท้ายฟ้อง พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศแล้ว ในสำเนาประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรที่โจทก์แนบมาท้ายฟ้องซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องนั้น ปรากฏว่าประกาศดังกล่าวได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตอนที่ ๙๔ ลงวันที่ ๑๓พฤศจิกายน ๒๔๙๙ กรณีจึงเท่ากับว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้แล้วว่าประกาศนั้นได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบิษามาพ้นเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศตามมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ และเมื่อตามฟ้องของโจทก์ฟังได้ว่าพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศแล้ว พระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวย่อมมีผลใช้บังคับได้เป็นกฎหมายในขณะที่จำเลยทั้งสองกระทำความผิด แม้โจทก์ไม่ได้ส่งสำเนาพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมาพร้อมกับฟ้อง ก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์แต่ประกานใด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2350/2533 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายฝาด กาฬสินธ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายฝาด กาฬสินธ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กู้เกียรติ สุนทรบุระ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สุวรรณ ตระการพันธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายโชติรัตน์ เหลืองประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 125/2532ฎีกา 6435/2555ฎีกา 21848/2555ฎีกา 20504/2556ฎีกา 99/2541ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 605/2511ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา