คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสิทธิเรียกร้องอันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวเนื่องกับการเลิกจ้างได้ถูกยกขึ้นว่ากล่าวในคดีก่อนและศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว สิทธิเรียกร้องดังกล่าวจะนำมาฟ้องเป็นคดีใหม่ไม่ได้อีก
ย่อคำพิพากษา
เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์แล้ว โจทก์มีสิทธิเรียกร้องต่อจำเลยประการใดอันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวเนื่องกับการเลิกจ้างนั้น โจทก์ต้องใช้สิทธิเรียกร้องมาในคราวเดียวกันทั้งหมด คดีก่อนโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯมาตรา 20 และมาตรา 31 ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิม และชำระค่าจ้างตั้งแต่วันที่มีคำสั่งเลิกจ้างจนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้วโจทก์กลับมาฟ้องคดีนี้เรียกค่าเสียหายที่ไม่มีงานทำ เงินเดือนสำหรับช่วงระยะเวลาการจ้างที่ยังไม่ครบกำหนด และค่าชดเชยโดยอาศัยเหตุแห่งการเลิกจ้างคราวเดียวกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยและมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ค่าจ้างสำหรับช่วงระยะเวลาการจ้างที่ยังไม่ครบกำหนด และค่าเสียหาย
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ และว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ ๗๘๕/๒๕๓๑ ของศาลแรงงานกลาง
ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ ๗๘๕/๒๕๓๑ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าคดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๓๑ เนื่องจากจำเลยแก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับสภาพการจ้างโดยมิได้แจ้งข้อเรียกร้องและโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย ทั้งเลิกจ้างในขณะที่ยังอยู่ในระหว่างการเจรจาตามข้อเรียกร้องตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ ที่โจทก์กับพนักงานอื่นได้ยื่นต่อจำเลยไว้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิม กับให้จำเลยชำระค่าจ้างตั้งแต่วันที่มีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์จนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ ไม่ใช่ข้อเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ยื่นต่อนายจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ และไม่เป็นการเลิกจ้างที่ฝ่าฝืนต่อมาตรา ๓๑แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลฎีกาพิพากษายืน คดีถึงที่สุดตามคดีหมายเลขแดงที่ ๗๘๕/๒๕๓๑ของศาลแรงงานกลาง การที่โจทก์ฟ้องจำเลยในคดีก่อน สาเหตุก็เนื่องจากจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๓๐ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์แล้ว โจทก์มีสิทธิเรียกร้องต่อจำเลยประการใดอันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวเนื่องกับการเลิกจ้างนั้น โจทก์ย่อมต้องใช้สิทธิเรียกร้องมาในคราวเดียวกันทั้งหมดการที่โจทก์มิได้เรียกร้องค่าเสียหายที่ไม่มีงานทำ เงินเดือนสำหรับช่วงระยะเวลาการจ้างที่ยังไม่ครบกำหนดและค่าชดเชยรวมไปกับคดีก่อน แต่กลับมาเรียกร้องในคดีนี้โดยอาศัยเหตุแห่งการเลิกจ้างคราวเดียวกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยและมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ ๗๘๕/๒๕๓๑ ของศาลแรงงานกลาง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๓๑
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2533
นางนาฏลิกา บุษปฤกษ์ โจทก์
บริษัทเดินอากาศไทย จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางนาฏลิกา บุษปฤกษ์ · จำเลย - บริษัทเดินอากาศไทย จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศักดา โมกขมรรคกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · ปรีชา ธนานันท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายรุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา