คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2983/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินมรดกที่อยู่ระหว่างจัดการมรดก ทายาทที่ครอบครองที่ดินนั้นถือว่าครอบครองแทนทายาทอื่นด้วย หาใช่ครอบครองเพื่อตนเอง จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์.
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินมรดกซึ่งมีผู้จัดการมรดกตามคำสั่งของศาลนั้น เมื่อยังรับฟังไม่ได้ว่าได้มีการแบ่งแยกกันครอบครองเป็นสัดส่วน ต้องฟังว่าที่ดินมรดกยังอยู่ในระหว่างจัดการมรดกและถือว่าบรรดาทายาทที่ครอบครองที่ดินแปลงนี้อยู่ซึ่งรวมทั้งผู้ร้องที่ 1 เป็นการครอบครองแทนทายาทอื่นด้วย หาใช่ครอบครองเพื่อตนเองไม่ ดังนั้น ผู้ร้องที่ 1จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินมรดกโดยการครอบครองปรปักษ์ แม้ผู้ร้องที่ 2 ได้ซื้อที่ดินมรดกซึ่งรวมทั้งที่ดินพิพาทจากผู้ร้องที่ 1 โดยทำสัญญาซื้อขายกันเอง และผู้ร้องที่ 2 ครอบครองอย่างเป็นเจ้าของตลอดมา แต่นับถึงวันยื่นคำร้องคดีนี้ยังไม่ถึง 10ปี ดังนี้ ผู้ร้องที่ 2 ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าผู้ร้องทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 689 ตำบลพลับพลาอำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี เฉพาะส่วนที่อยู่ทางทิศใต้จำนวนเนื้อที่ประมาณ 940 ตารางวา โดยการครอบครองปรปักษ์
ศาลชั้นต้นประกาศวันนัดไต่สวนคำร้องแล้ว ถึงวันนัดไต่สวนไม่มีผู้ใดคัดค้าน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง
ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า..."พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายจ๋อง อำแดงปรีมเป็นสามีภริยากัน มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ นางจั๋งศิริ นายจ๋วน โพฉัยยัง และนางเจี๋ยน เกษราธิคุณ ผู้ร้องที่ 1เป็นบุตรคนหนึ่งของนางเจี๋ยน ที่ดินโฉนดเลขที่ 689 ตำบลพลับพลาอำเภอเมืองจันทบุรี เนื้อที่ 9 ไร่ 2 งาน 60 ตารางวา มีชื่อนายจ๋อง อำแดงปรีม เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกัน นายจ๋วนถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2514 ตามสำเนาทะเบียนคนตายเอกสารหมาย ร.3นางเจี๊ยนถึงแก่กรรมก่อนนายจ๋วน นายจ๋องกับอำแดงปรีมถึงแก่กรรม16 ปีมาแล้ว (นับวันถึงยื่นคำร้องคดีนี้ใน พ.ศ. 2529) ที่ดินดังกล่าวจึงเป็นมรดกตกแก่ผู้ร้องที่ 1 และทายาทผู้เป็นบุตรของนางเจี๋ยนนายจ๋วนและนางจั๋ง และถือว่าบรรดาทายาทที่ครอบครองที่ดินแปลงนี้อยู่ซึ่งรวมทั้งผู้ร้องที่ 1 เป็นการครอบครองแทนทายาทอื่นด้วย หาใช่ครอบครองเพื่อตนเองไม่ ดังนั้นผู้ร้องที่ 1 จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนตรงกลางโดยการครอบครองปรปักษ์ แม้ผู้ร้องที่ 2 ได้ซื้อที่ดินส่วนตรงกลางซึ่งรวมทั้งที่ดินพิพาทจากผู้ร้องที่ 1 โดยทำสัญญาซื้อขายกันเองและผู้ร้องที่ 2 ครอบครองอย่างเป็นเจ้าของตลอดมานับตั้งแต่ พ.ศ. 2523 ก็ตาม แต่เมื่อนับถึงวันยื่นคำร้องคดีนี้แล้วยังไม่ถึง 10 ปี ผู้ร้องที่ 2 จึงยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์..."
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2983/2533
นาง หับ สกุลผล หรือ เกษราธิ คุณ กับพวก ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นาง หับ สกุลผล หรือ เกษราธิ คุณ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสียง ตรีวิมล · ประชา บุญวนิช · บุญส่ง วรรณกลาง |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ