⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4082/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4082/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เช็คที่ออกไว้เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้หากลูกหนี้ไม่ชำระ เจ้าหนี้มีสิทธินำเช็คไปเบิกเงินเพื่อชำระหนี้ได้ และผู้สั่งจ่ายต้องรับผิดตามเช็ค

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยออกเช็คให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้ จำเลยให้การรับว่าจำเลยได้ออกเช็คพิพาทให้แก่โจทก์จริง โดยออกให้เพื่อประกันเงินกู้ตามสัญญากู้ซึ่งระบุว่า จำเลยได้มอบเช็คพิพาทซึ่งสั่งจ่ายเงินเท่ากับจำนวนเงินกู้และลงวันที่สั่งจ่ายวันเดียวกับวันครบกำหนดชำระเงินกู้ให้โจทก์ไว้เป็นประกัน ข้อความในสัญญากู้ดังกล่าวแสดงว่าเมื่อถึงกำหนดชำระหนี้เงินกู้ หากจำเลยไม่ชำระโจทก์ก็มีสิทธินำเช็คพิพาทไปเบิกเงินจากธนาคารเพื่อชำระหนี้เงินกู้ได้ หาใช่เป็นกรณีเช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้ดังจำเลยต่อสู้ไม่ เมื่อข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและคำให้การฟังได้แล้วว่า โจทก์มีสิทธินำเช็คพิพาทไปเบิกเงิน และธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงินแล้ว จำเลยในฐานะผู้สั่งจ่ายย่อมต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ คดีจึงพอวินิจฉัยได้แล้ว หามีความจำเป็นต้องสืบพยานใด ๆ ต่อไปอีกไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.914 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยออกเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด ลงวันที่๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ สั่งจ่ายเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์เพื่อชำระหนี้แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่าย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ลงในเช็คจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยออกเช็คตามฟ้องให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้ โจทก์จึงไม่มีสิทธินำเช็คดังกล่าวมาฟ้องจำเลยขอให้ยกฟ้อง ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหามาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยแล้วพิพากษาคดีไปนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า จำเลยให้การรับว่า ได้ออกเช็คพิพาทให้แก่โจทก์จริง โดยออกให้เพื่อเป็นประกันเงินกู้ตามสำเนาหนังสือสัญญากู้ท้ายคำให้การ ตามสัญญากู้ดังกล่าว จำเลยสัญญาว่าจะชำระหนี้เงินกู้คืนโจทก์ในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐และมอบเช็คพิพาทซึ่งสั่งจ่ายเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท เท่ากับจำนวนเงินกู้และลงวันที่สั่งจ่ายวันเดียวกับวันครบกำหนดที่จำเลยต้องชำระหนี้เงินกู้ให้โจทก์ไว้เป็นประกัน ข้อความในสัญญากู้ดังกล่าวแสดงว่าเมื่อถึงกำหนดชำระหนี้ตามสัญญากู้แล้ว หากจำเลยไม่ชำระโจทก์ก็มีสิทธินำเช็คพิพาทไปขึ้นเงินจากธนาคารเพื่อชำระหนี้เงินกู้ได้หาใช่เช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้ดังจำเลยต่อสู้ไม่ เมื่อข้อเท็จจริงตามคำฟ้องโจทก์และตามคำให้การจำเลยฟังได้แล้วว่า โจทก์มีสิทธินำเช็คไปขึ้นเงินและธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงินแล้ว จำเลยในฐานะผู้สั่งจ่ายจึงต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ดังนี้คดีจึงพอวินิจฉัยได้แล้ว หามีความจำเป็นต้องสืบพยานใด ๆ ต่อไปอีกไม่ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยชอบแล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4082/2533 นายเทียนชัย เกียรติกุลดิลก โจทก์ นายสุนัย หุตะวาณิชย์กุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเทียนชัย เกียรติกุลดิลก · จำเลย - นายสุนัย หุตะวาณิชย์กุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ตัน เวทไว · สวิน อักขรายุธ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระยอง - นายอร่าม เสนามนตรี · ศาลอุทธรณ์ - นายสกนธ์ กฤติยวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 610/2520ฎีกา 4359/2540ฎีกา 231/2482ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 698/2537ฎีกา 4590/2553ฎีกา 3760/2533ฎีกา 18343/2556ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1037/2540ฎีกา 270/2496ฎีกา 2794/2526ฎีกา 3005/2541ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1/2511ฎีกา 3790-3792/2540ฎีกา 174/2520ฎีกา 1410/2525ฎีกา 2752/2522ฎีกา 2591/2543ฎีกา 6196/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา