⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4163/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4163/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การบรรยายฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา ไม่ถือว่าเคลือบคลุม 2. อายุความในการเรียกเก็บภาษีอากรส่วนที่ขาดเพราะเหตุอันเกี่ยวกับราคาของสินค้าที่นำเข้า มีกำหนดสิบปีนับแต่วันนำของเข้า

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรและยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าต่อเจ้าพนักงานของโจทก์ ปรากฏว่าจำเลยสำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าราคาในบัตรราคา จึงได้ทำการประเมินราคาใหม่และเรียกเก็บภาษีอากรเพิ่มจากจำเลย เป็นคำฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว ไม่เคลือบคลุม โจทก์ฟ้องเรียกเอาเงินภาษีอากรส่วนที่ขาดเพราะเหตุอันเกี่ยวกับราคาแห่งสินค้าที่นำเข้า จึงมีอายุความสิบปีนับจากวันที่นำของเข้า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.10

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำสินค้าเครื่องอะไหล่วิทยุซันโย เอ็ม ๒๔๒๐ เอฟ จากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร จำเลยได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้ากับบัญชีราคาสินค้า (อินวอยซ์) ต่อเจ้าพนักงานของโจทก์ที่ ๑ โดยสำแดงราคาสินค้าเป็นเงินรวม๖,๙๕๒.๙๓ บาท และได้ชำระอากรขาเข้า ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเป็นเงินรวม๔,๕๕๓.๒๑ บาท เจ้าพนักงานของโจทก์ที่ ๑ ไม่ยอมรับราคาที่จำเลยสำแดงและสั่งให้จำเลยวางเงินประกันค่าภาษีอากรไว้จำนวน ๘๐๐ บาท จำเลยยินยอมวางเงินประกันและรับสินค้าไปแล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ราคาของโจทก์ที่ ๑ ได้ตรวจตัวอย่างสินค้าแล้วเห็นว่า สินค้าดังกล่าวเป็นแผงวงจรวิทยุพร้อมที่เล่นเทป ซึ่งตามบัตรราคาได้แยกการกำหนดราคาวิทยุซันโยรุ่นนี้สำหรับสินค้าที่นำเข้าร้อยละ๗๐ ของราคาเครื่องครบชุดสมบูรณ์ ซึ่งมีราคา ซี.ไอ.เอฟ.ทางอากาศยาน ๓๗.๐๖ เหรียญสหรัฐเจ้าพนักงานประเมินราคาของโจทก์ที่ ๑ จึงประเมินราคาสินค้าดังกล่าวเป็นเงิน ๑๙,๕๓๓.๔๕ บาทภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มขึ้น เมื่อหักเงินประกันออกแล้วเงินอากรขาเข้าขาดไป๙,๑๓๖.๗๒ บาท ภาษีการค้าขาดไป ๙,๙๒๕.๗๐ บาท ภาษีบำรุงเทศบาลขาดไป ๙๙๓.๕๗ บาทเจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ที่ ๑ จึงแจ้งผลของการประเมินให้จำเลยทราบและให้นำเงินมาชำระให้ครบภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน แต่จำเลยเพิกเฉย จึงต้องเสียเงินเพิ่มอากรขาเข้า เบี้ยปรับภาษีการค้า เงินเพิ่มภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่ม รวมเป็นเงินภาษีอากรที่ขาด เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มจำนวน ๕๓,๗๒๒.๗๐ บาท ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน๕๓,๗๒๒.๗๐ บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยเงินเพิ่มอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ ๑ ต่อเดือนของเงินอากรขาเข้าที่ขาดอยู่ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้าตามฟ้องเจ้าพนักงานของโจทก์ที่ ๑ ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เจ้าหน้าที่กองวิเคราะห์ราคาของโจทก์ที่ ๑ กำหนดราคาตามบัตรราคา จึงคลาดเคลื่อนไปจากความจริงและพิสูจน์ไม่ได้ว่าจำเลยสำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าราคาที่แท้จริง จำเลยไม่ได้รับใบแจ้งประเมินจากโจทก์ที่ ๑ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระภาษีอากรแก่โจทก์๕๓,๗๒๒.๗๐ บาท พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ ๑ ต่อเดือนของเงินภาษีอากรขาเข้าที่ขาดเป็นเงินเดือนละ ๙๑.๓๗ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้สำแดงราคาในใบขนต่ำกว่าราคาในท้องตลาด จำเลยเป็นผู้นำเข้าสินค้ารายนี้ และจำเลยได้รับแจ้งการประเมินภาษีรายนี้แล้ว และไม่มีพฤติการณ์ที่แสดงว่าโจทก์ดำเนินคดีโดยไม่สุจริต สำหรับปัญหาว่าฟ้องเคลือบคลุมและขาดอายุความหรือไม่นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับปัญหาเรื่องฟ้องเคลือบคลุม โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรและยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าต่อเจ้าพนักงานของโจทก์ ปรากฏว่าจำเลยสำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าราคาในบัตรราคา จึงได้ทำการประเมินราคาสินค้าใหม่และคิดอากรขาเข้า ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลตามราคาใหม่และเรียกเก็บภาษีอากรเพิ่มจากจำเลย เห็นว่าฟ้องโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม และคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเอาเงินภาษีอากรส่วนที่ขาดเพราะเหตุอันเกี่ยวกับราคาแห่งสินค้าที่นำเข้า จึงมีอายุความสิบปีนับจากวันที่นำของเข้า จำเลยนำสินค้าเข้ามาเมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๑๙ โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๒๙ คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4163/2533 กรมศุลกากร กับพวก โจทก์ นายเกียรติชัย กิจพูนผล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมศุลกากร กับพวก · จำเลย - นายเกียรติชัย กิจพูนผล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ก้าน อันนานนท์ · เดชา สุวรรณโณ · ตัน เวทไว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายกำธร โพธิ์สุวัฒนากุล · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 3148/2535ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2383/2536ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา