คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4953/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างยักยอกทรัพย์ของนายจ้างไปนั้น ไม่ถือเป็นความผิดของโจทก์ หากโจทก์มิได้กระทำการใดๆ เป็นที่เสียหายแก่จำเลย และการไม่ให้ความร่วมมือในการติดตามทรัพย์สินที่ถูกยักยอกไป ก็ไม่ถือเป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(2)
ย่อคำพิพากษา
นางสาว ร. ลูกจ้างคนหนึ่งของจำเลยยักยอกทรัพย์ของจำเลยไป แต่โจทก์ไม่มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินนั้น และความเสียหายที่เกิดแก่จำเลยก็เป็นการกระทำของนางสาว ร. โจทก์มิได้กระทำการใด ๆเป็นที่เสียหายแก่จำเลย แม้โจทก์ไม่ให้ความร่วมมือในการติดตามเอาทรัพย์ที่ นางสาว ร. ยักยอกไป และจับกุมนางสาว ร. ได้ขณะอยู่กับโจทก์ก็ตาม ก็หาเป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(2) ไม่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย
จำเลยให้การต่อสู้คดี
ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ฟังไม่ได้ว่าโจทก์มีส่วนรู้เห็นหรือสมคบกับนางสาวรศนายักยอกทรัพย์ของจำเลย ถือไม่ได้ว่าโจทก์กระทำการทุจริตต่อหน้าที่ และการที่โจทก์ไม่ให้ความร่วมมือติดตามเอาทรัพย์คืนก็ไม่พอฟังว่าโจทก์มีส่วนร่วมรู้เห็นในการกระทำความผิด หรือสนับสนุนผู้กระทำผิดอันจะถือได้ว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย พิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินที่นางสาวรศนายักยอกไป ความเสียหายเกิดจากนางสาวรศนา มิได้เกี่ยวข้องกับโจทก์แต่ประการใด การที่โจทก์ไม่ให้ความร่วมมือในการติดตามเอาทรัพย์ที่นางสาวรศนายักยอกไป และต่อมานางสาวรศนาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและอยู่กับโจทก์นั้น ยังไม่พอฟังว่าโจทก์มีส่วนร่วมรู้เห็นในการกระทำความผิดหรือให้การสนับสนุนผู้กระทำความผิด เห็นว่าตามพฤติการณ์ดังกล่าวความเสียหายที่เกิดแก่จำเลยเป็นการกระทำของนางสาวรศนา โจทก์มิได้กระทำการใด ๆ เป็นที่เสียหายแก่จำเลยเลยการที่โจทก์ไม่ให้ความร่วมมือในการติดตามเอาทรัพย์ที่นางสาวรศนายักยอกไป และพฤติการณ์ที่จับกุมนางสาวรศนาได้ขณะอยู่กับโจทก์นั้นก็หาเป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๗(๒) ไม่
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4953/2533
นายชนะนันทน์ รามนันทน์ โจทก์
บริษัทโตโยต้า (พารา) รถเช่า จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชนะนันทน์ รามนันทน์ · จำเลย - บริษัทโตโยต้า (พารา) รถเช่า จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · เคียง บุญเพิ่ม · ก้าน อันนานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา