คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5012/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท คือ การกระทำที่กฎหมายบัญญัติความผิดไว้หลายบท แต่การกระทำนั้นเป็นเพียงการกระทำครั้งเดียวต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยขับรถยนต์จะเลี้ยวซ้ายแต่ไม่นำรถเข้าชิดขอบทางเดินรถด้านซ้ายกลับเลี้ยวรถตัดหน้ารถที่โจทก์ร่วมขับใน ระยะกระชั้นชิดในลักษณะเป็นการกีดขวางการจราจร และเป็นการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันชนกัน ทำให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายสาหัสและรถที่โจทก์ร่วมขับได้รับความเสียหาย ถือได้ว่าเป็นการกระทำผิดในครั้งคราวเดียวที่ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน อันเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๘, ๔๓, ๔๔, ๕๑, ๑๔๘, ๑๕๘
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐ ลงโทษจำคุก ๑ ปี ผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๕๑, ๑๔๘, ๑๕๘ ลงโทษปรับกระทงละ ๕๐๐ บาทรวมปรับ ๑,๐๐๐ บาท รวมจำคุก ๑ ปี และปรับ ๑,๐๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐
โจทก์ร่วมทั้งสามและจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ วรรคแรก ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยขับรถไม่ชิดขอบทางเดินรถด้านซ้ายแล้วเลี้ยวซ้ายตัดหน้ารถที่โจทก์ร่วมที่ ๑ ขับในระยะกระชั้นชิด โดยลักษณะเป็นการกีดขวางการจราจร และเป็นการกระทำโดยประมาทจนเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันชนกัน ทำให้โจทก์ร่วมทั้งสามได้รับอันตรายสาหัสและรถที่โจทก์ร่วมที่ ๑ ขับได้รับความเสียหาย เห็นว่า การที่จำเลยขับรถจะเลี้ยวซ้ายแต่ไม่นำรถเข้าชิดขอบทางเดินรถด้านซ้ายกลับเลี้ยวรถโดยตัดหน้ารถโจทก์ร่วมที่ ๑ ในระยะกระชั้นชิดจนเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันชนกันเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการกระทำในครั้งคราวเดียวที่ต่อเนื่องเกี่ยวพันกันอันเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียว หาใช่เป็นการกระทำผิดสำเร็จแต่ละตอนแยกจากกันเป็นความผิดต่างกรรมกันไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยมาทุกกรรมนั้นเป็นการไม่ชอบ
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๕๑,๑๔๘, ๑๕๗ เป็นกรรมเดียวกันผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุกจำเลยมีกำหนด ๑ ปี.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5012/2533
พนักงานอัยการ จังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์
นายสมศักดิ์ สมร่าง กับพวก โจทก์ร่วม
นายแนะ วุฒิศิริ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดฉะเชิงเทรา · โจทก์ร่วม - นายสมศักดิ์ สมร่าง กับพวก · จำเลย - นายแนะ วุฒิศิริ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประศาสน์ ธำรงกาญจน์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา