⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5062/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5062/2533

ป.อาญา ม.265 · ป.วิ.อาญา ม.15, 39, 158 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.249

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับสารภาพข้อเท็จจริงในศาลชั้นต้น ย่อมผูกพันจำเลยในชั้นฎีกา และจำเลยจะยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นฎีกาซึ่งมิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์หาได้ไม่

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลอมและใช้เอกสารปลอม เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพข้อเท็จจริงจึงฟังได้ดังฟ้องโจทก์ จำเลยจะมาโต้เถียงในชั้นฎีกาว่าเอกสารที่จำเลยกรอกข้อความขึ้นไม่เกี่ยวกับธนาคาร เป็นแต่เพียงการทำหลักฐานหรือหนังสือเท็จ ไม่เป็นการปลอมเอกสารหรือเอกสารสิทธิดังฟ้องหาได้ไม่ เพราะเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่จำเลยให้การรับสารภาพแล้วทั้งยังเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นฎีกา ซึ่งมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อีกด้วย และที่จำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวกับการกระทำในคดีที่ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับจำเลยในคดีความผิดข้อหายักยอกทรัพย์ ซึ่งผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ไปแล้ว ก็เป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นฎีกาเช่นเดียวกัน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปลอมใบฝากเงินฝากกระแสรายวันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาสะพานกรุงธน อันเป็นเอกสารสิทธิ โดยกรอกข้อความอันเป็นเท็จลงในแบบรายการใบฝากเงินดังกล่าวว่า จำเลยได้นำเช็คของผู้มีชื่อซึ่งเป็นลูกหนี้ของบริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัด เข้าฝากในบัญชีกระแสรายวันของบริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัด แล้วได้ลงลายมือชื่อปลอมลงในช่องบายมือชื่อพนักงานรับ-จ่ายเงินของธนาคารดังกล่าว เป็นการรับรองว่าธนาคารได้รับเงินเข้าบัญชีเงินฝากของบริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัด แล้ว เพื่อให้บริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัด หลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงที่บริษัทได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้แล้วซึ่งความจริงจำเลยมิได้นำเงินเข้าบัญชีของบริษัท ดังกล่าว หลังจากปลอมแล้วจำเลยยังใช้อ้างแสดงต่อพนักงานของบริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัด เพื่อยืนยันว่าจำเลยได้นำเงินของลูกหนี้เข้าบัญชีของบริษัทดังกล่าวแล้ว โดยจำเลยปลอมและใช้อ้างเอกสารดังกล่าวหลายครั้งขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕, ๒๖๘ วรรคแรก จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕, ๒๖๘ วรรคแรก ลงโทษตามมาตรา ๒๖๘วรรคสอง รวม ๒๐ กระทง เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา ๙๑ จำคุกกระทงละ๖ เดือน รวมจำคุก ๑๐ ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๕ ปี จำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นเรียงกระทงลงโทษจำเลยไม่ชอบ เพราะโจทก์มิได้ขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๙๑ และการกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ เท่านั้น นอกจากนี้ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่ายักยอกทรัพย์จำเลยก็ได้ชดใช้ค่าเสียหายจนผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ไปแล้ว ประกอบกับจำเลยกำลังตั้งครรภ์จึงขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง หรือลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดหลายกรรมต่างกันและจำเลยให้การรับสารภาพ แม้โจทก์จะมิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ศาลก็มีอำนาจเรียงกระทงลงโทษจำเลยได้ ส่วนอุทธรณ์ข้ออื่น ๆ ของจำเลยเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ในศาลชั้นต้น เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ จึงไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาข้อ ๒.๑ ว่า ใบฝากเงินฝากกระแสรายวันของธนาคารเป็นแบบฟอร์มทั่วไปสำหรับประชาชนหรือลูกค้าใช้กรอกข้อความเพื่อจะ นำเงินเข้าฝากเป็นเสมือนเอกสารช่วยจำของผู้ฝากหรือพนักงานธนาคาร แม้จตำเลยกจะกรอกข้อความลงในแบบฟอร์มเอกสารดังกล่าวก็ไม่เกี่ยวกับธนาคาร เพราะจำเลยมิได้ยื่นและนำเงินเข้าฝากธนาคาร ไม่ทำให้เอกสารนั้นก่อให้เกิดสิทธิหรือผูกพันธนาคารชื่อพนักงานที่จำเลยลงชื่อไปจะมีตัวตนหรือไม่ก็ไม่ปรากฏเป็น เรื่องจำเลยกรอกข้อความและเซ็นชื่อเองทั้งหมด จึงเป็นกรณีที่จำเลยทำหลักฐานหรือหนังสืออันเป้นเท็จขึ้นเท่านั้น หาได้เป็นการปลอมเอกสารหรือเอกสารสิทธิแต่อย่างใดไม่ และฎีกาข้อ ๒.๓ ว่า สิทธินำคีดมาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๒) เพราะการกระทำของจำเลยในคดีนี้เป็นกรรมเดียวกับการกระทำในคดีที่ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่ จำเลยในความผิดข้อหายักยอกทรัพย์ ซึ่งผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ไปแล้ว พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ปลอมใบฝากเงินกระแสรายวันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาสะพานกรุงธน อันเป็นเอกสารสิทธิ โดยกระอข้อความอันเป็นเท็จลงในแบบรายการใบฝากเงินดังกล่าวว่า จำเลยได้นำเช็คของผู้มีชื่อซึ่งเป็นลูกหนี้ของบริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัดเข้าฝากในบัญชีกระแสรายวันของบริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัดแล้วได้ลงลายมือชื่อปลอมลงในช่องลายมือชื่อพนักงานรับ-จ่ายเงินของธนาคารดังกล่าวเป็นการรับรองว่าธนาคาร ได้รับเงินเข้าบัญชีเงินฝากของบริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัด แล้ว เพื่อให้บริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัด หลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงที่บริษัทได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้แล้ว ซึ่งความจริงจำเลยมิได้นำเงินเข้าบัญชีของบริษัทดังกล่าว หลังจากปลอมแล้วจำเลยยังใช้อ้างแสดงต่อพนักงานของบริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัด เพื่อยืนยันว่าจำเลยได้นำเงินของลูกหนี้เข้าบัญชีของบริษัทดังกล่าวแล้ว ดังนี้เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ดังฟ้องของโจทก์จำเลยจะมาโต้เถียงในชั้นฎีกาว่า เอกสารที่จำเลยกรอกข้อความขึ้นไม่เกี่ยวกับธนาคาร เป็นแต่เพียงการทำหลักฐานหรือหนังสือเท็จ ไม่เป็นการปลอมเอกสารหรือเอกสารสิทธิดังฟ้องหาได้ไม่ เพราะเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่จำเลยให้การรับสารภาพแล้ว ทั้งยังเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นฎีกา ซึ่งมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อีกด้วย และที่จำเลยฎีกาข้อ ๒.๓ ว่าการกระทำของจำเลยในคดีนี้เป็นกรรมเดียวกับการกระทำในคดีที่ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับจำเลยใน ความผิดข้อหายักยอกทรัพย์ ซึ่งมิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้นเช่นเดียวกันฎีกาทั้งสองข้อของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วย กฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยดังกล่าวขึ้นมาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5062/2533 พนักงานอัยการจังหวัดระนอง โจทก์ นางสาวรัชนี จันทวีป จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดระนอง · จำเลย - นางสาวรัชนี จันทวีป
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ วิธุรัติ · เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระนอง - นายกอบกฤษณ์ จันทร์เจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายประพัฒน์ อุชุภาพ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4/2508ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 6435/2555ฎีกา 770/2535ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1588/2479ฎีกา 7651/2552ฎีกา 19406/2555ฎีกา 2147/2521ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 4276/2534ฎีกา 7988/2551ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 605/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา