⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5107/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5107/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยมีเจตนาทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาฆ่า

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายโดยใช้ขวานฟันและเหล็กแหลมแทง แม้ผู้เสียหายจะได้รับบาดแผลที่หน้าผาก อกด้านซ้ายและคอด้านซ้ายซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย แต่บาดแผลไม่ร้ายแรง ไม่อาจทำให้ถึงแก่ความตายได้แสดงว่าจำเลยทั้งสองมิได้ฟันและแทงโดยแรง เมื่อขวานหลุดจากมือกระเด็นไป แล้วผู้เสียหายร้องให้คนช่วยจำเลยทั้งสองก็วิ่งหนีไปทั้ง ๆ ที่ขณะที่ผู้เสียหายถูกทำร้ายไม่มีผู้ใดจะช่วยได้ จำเลยที่ 1 มีโอกาสวิ่งกลับไปเอาขวานมาฟันและจำเลยที่ 2 มีเวลาที่จะแทงผู้เสียหายให้ถึงตายได้ แต่จำเลยทั้งสองหาได้ทำเช่นนั้นไม่ สาเหตุที่จำเลยทั้งสองกับผู้เสียหายโกรธเคืองกันก็เป็นเรื่องเล็กน้อย แสดงให้เห็นได้ว่าจำเลยทั้งสองมีเพียงเจตนาทำร้ายผู้เสียหายเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓, ๘๐และริบขวานของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๘๓ จำคุกคนละ ๑๒ ปีจำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๙ ปีของกลางริบ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ขณะกระทำผิดจำเลยที่ ๒อายุ ๑๘ ปี ลดมาตราส่วนโทษลงหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๖ ลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒ ปี จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑ ปี ๔ เดือน คำรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยที่ ๑ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด๑ ปี ๔ เดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นได้ว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ได้ร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายโดยใช้ขวานฟันและเหล็กแหลมแทง แม้ผู้เสียหายจะได้รับบาดแผลที่หน้าผาก อกด้านซ้ายและคอด้านซ้ายซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายก็ตาม แต่บาดแผลที่ได้รับก็ไม่ร้ายแรงไม่อาจทำให้ถึงแก่ความตายได้ แสดงว่าจำเลยทั้งสองมิได้ฟันและแทงโดยแรง ทั้งยังปรากฏจากคำเบิกความของผู้เสียหายว่า พอขวานหลุดจากมือกระเด็นไปแล้วผู้เสียหายร้องให้คนช่วย จำเลยทั้งสองก็พากันวิ่งหลบหนีไปทั้ง ๆ ที่ขณะที่ผู้เสียหายถูกทำร้ายไม่มีผู้ใดจะช่วยได้นอกจากนางอุไรกับนางเจ็ง ซึ่งเป็นสตรีไม่มีอาวุธจะต่อสู้ป้องกัน หากจำเลยทั้งสองมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย จำเลยที่ ๑ก็มีโอกาสวิ่งกลับไปเอาขวานมาฟันและจำเลยที่ ๒ ยังมีเวลาที่จะแทงผู้เสียหายให้ถึงตายได้ แต่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองหาได้ทำเช่นนั้นไม่สาเหตุที่ทำให้จำเลยทั้งสองกับผู้เสียหายโกรธเคืองกันก็เป็นเรื่องเล็กน้อยไม่ถึงขั้นที่จะเอาชีวิตกัน แสดงให้เห็นได้ว่า จำเลยทั้งสองมีแต่เพียงเจตนาทำร้ายผู้เสียหายเท่านั้น ไม่มีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5107/2533 พนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี โจทก์ นายประเชิญหรือมืด ปิ่นรัตน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี · จำเลย - นายประเชิญหรือมืด ปิ่นรัตน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · พนม พ่วงภิญโญ · อุดม มั่งมีดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายโสภณ โรจน์อนนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ รักขพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 789/2480ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 1215/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา