⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5129/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5129/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอมเป็นความผิดต่อแผ่นดิน โจทก์ร่วมไม่อาจถอนฟ้องได้เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว และการถอนฟ้องไม่ทำให้การกระทำผิดของจำเลยซึ่งสำเร็จไปแล้วกลับเป็นขาดองค์ประกอบความผิด

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ร่วมได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้อง แม้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ร่วมจะขอถอนฟ้อง ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ถอนฟ้องเฉพาะความผิดต่อส่วนตัว แต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264, 268 เป็นความผิดต่อแผ่นดิน โจทก์ร่วมไม่อาจขอถอนฟ้องหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 ทั้งการที่โจทก์ร่วมขอถอนฟ้องก็ไม่ทำให้การกระทำผิดของจำเลยซึ่งสำเร็จไปแล้วกลับเป็นขาดองค์ประกอบความผิด เพราะโจทก์ร่วมไม่เสียหายได้อีก การกระทำของจำเลยจึงยังเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.35 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๒๖๔, ๒๖๘, ๓๔๑, ๙๑ จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณานางบัว จันทร์ศิริพรชัย ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐, ๓๖๔, ๓๖๘ และ ๓๔๑ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ ซึ่งเป็นบทหนักประกอบด้วยมาตรา ๒๖๔, ๙๐ จำคุก ๑ ปี๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอถอนฟ้องศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๔ และ ๓๖๘ เป็นความผิดต่อแผ่นดิน โจทก์ร่วมไม่อาจขอถอนฟ้องหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๕ ส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ เป็นความผิดต่อส่วนตัว เมื่อคดียังไม่ถึงที่สุด และจำเลยไม่คัดค้าน จึงเป็นกรณีที่โจทก์ร่วมและจำเลยได้ยอมความกันแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดฐานนี้ย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๒)ให้จำหน่ายคดีเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๔ วรรคสอง, ๓๖๘ วรรคสอง จำคุก ๑ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฏหมายว่า ระหว่างการพิจารณษของศาลอุทธรณ์ โจทก์ร่วมขอถอนฟ้อง ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ถอนฟ้องได้ ความเสียหายของโจทก์ร่วมจึงเป็นอันยุติ การกระทำของจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔และ ๒๖๘ จึงไม่เป็นการก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นคือโจทก์ร่วมคดีนี้การกระทำของจำเลยขาดองค์ประกอบความผิดมาตรา ๒๖๔และ ๒๖๘ จำเลยจึงไม่มีความผิด นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังมาเป็นยุติว่าโจทก์ร่วมมอบอำนาจให้จำเลยไปจดทะเบียนแบ่งแยกที่พิพาท ไม่ใช่ขายให้จำเลยโดยจดทะเบียนเป็นยกให้ การที่จำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมให้ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจ แล้วจำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนที่พิพาทเป็นของจำเลยผิดไปจากเจตนาที่แท้จริงของโจทก์ร่วม อันถือได้ว่าโจทก์ร่วมได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยดังกล่าวแล้วแม้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์โจทก์ร่วมจะขอถอนฟ้องศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ถอนฟ้องเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาโจทก์ร่วมจะขอถอนฟ้อง ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ถอนฟ้องเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ แต่ความผิดตามมาตรา ๒๖๔ และ ๒๖๘เป็นความผิดต่อแผ่นดิน โจท์ร่วมไม่อาจขอถอนฟ้องหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๕ดังนี้ ก็ไม่ทำให้การกระทำผิดของจำเลยซึ่งสำเร็จไปแล้ว กลับเป็นขาดองค์ประกอบไปอีก ทั้งการกระทำของจำเลยไม่เพียงก่อให้เกิดความเสียหายเฉพาะโจทก์ร่วมเท่านั้น แต่ทำให้เจ้าพนักงานที่ดินหลงเชื่อว่าหนังสือมอบอำนาจที่จำเลยทำปลอมขึ้นเป็นหนังสือมอบอำนาจที่แท้จริง จึงยอมทำนิติกรรมจดทะเบียนโอนที่พิพาทของโจทก์ร่วมให้จำเลย ฉะนั้น เจ้าพนักงานที่ดินย่อมได้รับความเสียหายด้วย การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบความผิดฐานทำและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ วรรคสอง, ๒๖๘ วรรคสอง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5129/2533 พนักงานอัยการ จังหวัดกาญจนบุรี โจทก์ นางบัว จันทร์ศิริพรชัย โจทก์ร่วม นายน้ำทอง วงษ์ศิลป์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดกาญจนบุรี · โจทก์ร่วม - นางบัว จันทร์ศิริพรชัย · จำเลย - นายน้ำทอง วงษ์ศิลป์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 415/2469ฎีกา 90/2468ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 2918/2522ฎีกา 98/2537ฎีกา 414/2531ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 3935/2550ฎีกา 2907/2526ฎีกา 468/2566ฎีกา 3911/2568ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4048/2528ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7362/2538ฎีกา 1113/2510ฎีกา 5138/2537ฎีกา 3535/2528ฎีกา 321/2482ฎีกา 1280/2502ฎีกา 3962/2546ฎีกา 581/2527ฎีกา 1721/2554ฎีกา 693/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา