⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5159/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5159/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยที่ 5 อุทธรณ์คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยในส่วนของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดเดียวกันได้ แม้จำเลยที่ 3 และที่ 4 จะถอนอุทธรณ์ไปแล้วก็ตาม หากพฤติการณ์แห่งคดีไม่พอฟังว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนร้าย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 คงมีแต่จำเลยที่ 5เท่านั้นที่อุทธรณ์ ส่วนจำเลยที่ 3 ที่ 4 ได้ถอนอุทธรณ์แล้ว แต่เมื่อพฤติการณ์แห่งคดีไม่พอฟังว่า จำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 เป็นคนร้าย ย่อมเป็นเหตุในลักษณะคดีที่ศาลอุทธรณ์มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยยกฟ้องไปถึงจำเลยที่ 3 ที่ 4 ด้วยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหกร่วมกันมีและใช้อาวุธปืน ๔ กระบอกจี้ขู่เข็ญบังคับว่าในทันใดนั้นจะยิงประทุษร้ายผู้เสียหายมิให้ต่อสู้ขัดขืน ทั้งนี้ เพื่อความ-สะดวกแก่การปล้นทรัพย์ เพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ เพื่อยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ และเพื่อ-ความสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๘๓, ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี ให้จำเลยทั้งหกร่วมกันคืนหรือชดใช้ราคาทรัพย์จำนวน๗,๕๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๓๔๐ ตรี, ๘๓ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ คนละ ๑๘ ปี จำเลยที่ ๕ มีความผิดตามประมวล-กฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสอง, ๘๓ ให้จำคุกจำเลยที่ ๕ มีกำหนด๑๒ ปี ให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ ร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน ๗,๕๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ อุทธรณ์ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ขอถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์อนุญาตและจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ถึงที่ ๔ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักพอจะลงโทษจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ ได้ แม้จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ มิ-ได้อุทธรณ์ แต่เหตุดังกล่าวอยู่ในลักษณะคดี พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อพยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังได้ว่าจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ เป็นคนร้าย ย่อมเป็นเหตุในลักษณะคดี ที่ศาลอุทธรณ์มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยยกฟ้องไปถึงจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5159/2533 พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นายอุดร เจริญรูป กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายอุดร เจริญรูป กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ก้าน อันนานนท์ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · อัมพร ทองประยูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายชวลิต สีฬหาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 235/2492ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2848/2527ฎีกา 787/2532ฎีกา 2140/2499ฎีกา 626/2492ฎีกา 6575/2551ฎีกา 2018/2526ฎีกา 927/2490ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 5414/2536ฎีกา 880/2502ฎีกา 2499/2543ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1305/2547ฎีกา 3948/2566ฎีกา 9/2496ฎีกา 26/2487ฎีกา 345/2492ฎีกา 3026/2517ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1140/2507ฎีกา 2963/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา