⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5465/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5465/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยมีความผิดเพียงบางข้อหา โจทก์จะฎีกาในข้อหาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาร่วมกับพวกฆ่า ล. และร่วมกับพวกทำร้ายร่างกาย ช. ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองข้อหาเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดในข้อหาร่วมกับพวกทำร้ายร่างกายเพียงข้อหาเดียว ย่อมมีผลเท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องในข้อหาความผิดฐานร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โจทก์จึงฎีกาในข้อหาความผิดนี้ไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๙๕,๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓ จำคุก ๔ เดือน ปรับ ๒,๐๐๐ บาทตามพฤติการณ์แห่งคดีเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยเป็นเพียงการชกต่อยกัน เห็นควรรอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด ๒ ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาร่วมกับพวกฆ่านายเลือง เพ็ญโพธิ์ ผู้ตายโดยเจตนา และข้อหาร่วมกับพวกทำร้ายร่างกายนายชื่น กล่อมพร ผู้เสียหาย เมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองข้อหาความผิด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายเพียงข้อหาเดียว จึงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์คงฎีกาเฉพาะในข้อหาความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ดังนี้ ข้อหาความผิดฐานทำร้ายร่างกายจึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ และย่อมมีผลเท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓ กรณีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ มาตรา ๑๓ อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่โจทก์ยื่นฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5465/2533 พนักงานอัยการ จังหวัดพิจิตร โจทก์ นายประเสริฐ เสนแสง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดพิจิตร · จำเลย - นายประเสริฐ เสนแสง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · มงคล เปาอินทร์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 789/2480ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 4883/2541ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1189/2537ฎีกา 1184/2546ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501ฎีกา 8404/2540ฎีกา 863/2486ฎีกา 2632/2529ฎีกา 1408/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา