⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5546/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5546/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยของศาลที่นอกเหนือไปจากประเด็นแห่งคดีที่คู่ความได้ว่ากล่าวกันมา ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า ซื้อที่ดินพิพาทจาก พ.แล้วให้จำเลยครอบครองแทน จำเลยให้การว่าจำเลยซื้อที่ดินพิพาทจาก พ. และครอบครองตลอดมา คดีไม่มีประเด็นเรื่องจำเลยครอบครองแทนแล้วเปลี่ยนแปลงลักษณะแห่งการครอบครอง ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยเปลี่ยนลักษณะการครอบครอง จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท จำเลยแย่งการครอบครองขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า จำเลยซื้อที่ดินพิพาทมาประมาณ ๒๕ ปี และเข้าครอบครองตลอดมา ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินตามแผนที่พิพาทกลาง โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองให้จำเลยส่งมอบที่พิพาทคืนโจทก์กับห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกต่อไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่จำเลยแจ้งกับโจทก์ว่า จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทเพื่อต้องการเอาเป็นเจ้าของนั้น แสดงว่าเป็นการบอกกล่าวให้โจทก์ทราบว่าจำเลยไม่เจตนาครอบครองที่ดินแทนโจทก์อีกต่อไป จึงถือได้ว่าจำเลยแย่งการครอบครองที่ดินจากโจทก์ตั้งแต่วันที่บอกกล่าว แต่โจทก์นำคดีมาฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองเกินกว่าหนึ่งปีจึงต้องห้าม แม้ว่าจำเลยมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การศาลมีอำนาจจะพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้ เพราะเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่มีอำนาจที่จะฟ้องได้โดยชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์นำคดีมาฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองเกินกว่า ๑ ปี นับแต่วันถูกแย่งการครอบครองนั้น เป็นการต้องห้าม เพราะวินิจฉัยนอกเหนือประเด็นที่จำเลยให้การ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าได้ซื้อที่ดินพิพาทจากนายพิณ ละอองจิต แล้วให้จำเลยครอบครองแทนภายหลังจำเลยนำที่ดินพิพาทไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์และไม่ยอมคืนที่ดินให้โจทก์ จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ส่วนจำเลยให้การว่าจำเลยซื้อที่ดินพิพาทมาจากนายพิณ ละอองจิต และได้ครอบครองตลอดมา ขณะนี้ที่ดินตกเป็นของนายเหลื่อม ทองเพ็งแล้ว เห็นว่าจำเลยให้การแต่เพียงว่าได้ซื้อที่ดินพิพาทมาจากนายพิณ และได้ครอบครองตลอดมาเท่านั้น ไม่มีประเด็นเรื่องจำเลยครอบครองแทนแล้วปลี่ยนแปลงลักษณะแห่งการครอบครองตามมาตรา ๑๓๘๑ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงไม่มีทางที่จะอ้างสิทธิตามมาตรา ๑๓๗๕ ได้ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยจากคำพยานของโจทก์ว่า จำเลยแจ้งกับโจทก์ว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทเพื่อต้องการเอาเป็นเจ้าของนั้น เป็นการวินิจฉัยนอกเหนือประเด็นจากประเด็นที่จำเลยต่อสู้ไว้ในคำให้การ และไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยเองไม่ได้ ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5546/2533 นายด่วน ขุนทอง โจทก์ นายพ่วง กริ้วกราย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายด่วน ขุนทอง · จำเลย - นายพ่วง กริ้วกราย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวิทย์ ธีรพงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายกานต์ วงศ์ศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายชูชาติ ศรีแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 1131/2502ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 546/2532ฎีกา 1816/2534ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530ฎีกา 2792/2535ฎีกา 459/2546ฎีกา 1065/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา