⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5626/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5626/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของเจ้าพนักงานที่ยิงผู้ต้องหาขณะวิ่งหนีโดยไม่มีภยันตรายที่ใกล้จะถึง ไม่เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจร่วมกับพวกอีกสองคน แต่งกายนอกเครื่องแบบไปตรวจค้นตัวผู้ตายและสิ่งของในเพิงที่พักพบกัญชาหนักประมาณ 200 กรัม จึงจับกุมผู้ตายใส่กุญแจมือไว้ทั้งสองข้าง และแจ้งข้อหา ผู้ตายจะสวมใส่เสื้อ จำเลยถอดกุญแจมือให้ผู้ตายข้างหนึ่ง ผู้ตายฉวยโอกาสนั้นกระโดดออกจากเพิงวิ่งหนีไปจำเลยวิ่งตามและใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทางด้านหลัง กระสุนปืนถูกผู้ตายที่แก้มก้นด้านซ้าย ตัดลำไส้ใหญ่ ตัดเส้นโลหิตแดงที่ไปเลี้ยงขาซ้ายขาด ทำให้โลหิตตกในเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายเช่นนี้ แสดงว่า จำเลยยิงผู้ตายโดยเจตนาฆ่าผู้ตายในลักษณะที่ผู้ตายวิ่งหนีมือเปล่า และไม่มีภยันตรายที่ใกล้จะถึง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายสมพงษ์ จงจิตต์โดยเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้นายสมพงษ์ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ริบของกลางทั้งหมด เว้นแต่อาวุธปืนของทางราชการ จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางวุ้น จงจิตต์ มารดาผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาตมาตรา ๒๘๘ จำคุก ๑๕ ปี ริบของกลางทั้งหมด เว้นแต่อาวุธปืนสั้นขนาด .๓๘ ของทางราชการ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าวันเกิดเหตุนายดาบตำรวจเสมอ เอี่ยมประชา จ่าสิบตำรวจจำรัสศรีขวัญชัย และจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจแต่งกายนอกเครื่องแบบไปตรวจค้นตัวนายสมพงษ์ จงจิตต์ ผู้ตาย และสิ่งของในเพิงที่เกิดเหตุในซอยอินทามระ ๑๔ พบกัญชาหนักประมาณ ๒๐๐ กรัมถุงพลาสติกเล็กประมาณ ๑๐๐ ถุง และที่เย็บกระดาษ ๑ อัน อยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้าที่ผู้ตายถือไว้จึงจับกุมผู้ตายใส่กุญแจมือไว้ทั้งสองข้าง แจ้งข้อหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภทกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ผู้ตายจะสวมใส่เสื้อ จำเลยถอดกุญแจมือให้ผู้ตายข้างหนึ่ง ผู้ตายฉวยโอกาสขณะนั้นกระโดดลงจากเพิงวิ่งหลบหนี จำเลยวิ่งไล่ตามและใช้อาวุธปืนยิงถูกผู้ตายถึงแก่ความตายตามรายงานการชันสูตรพลิกศพ เอกสารหมาย จ.๓ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยฆ่าผู้ตายโดยเจตนาหรือกระทำการป้องกันตัวในการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อจำเลยไขกุญแจมือให้ผู้ตายสวมเสื้อ ผู้ตายฉวยโอกาสนั้นกระโดดออกมาจากเพิงวิ่งหนีลงไปในบึงระหว่างซอยอินทามระ ๑๔ กับซอยอินทามระ ๑๖จำเลยวิ่งตาม และใช้อาวุธปืนสั้นยิงผู้ตายทางด้านหลัง การที่จำเลยใช้อาวุธปืนสั้นยิงผู้ตายดังกล่าว อาวุธปืนเป็นอาวุธร้ายแรงสามารถทำอันตรายผู้ตายถึงแก่ชีวิต กระสุนปืนถูกผู้ตายที่แก้มก้นด้านซ้ายตัดลำไส้ใหญ่ตัดเส้นโลหิตแดงที่ไปเลี้ยงขาซ้ายขาดทำให้โลหิตตกในเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายซึ่งเป็นผลโดยตรงที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย เช่นนี้ แสดงว่า จำเลยยิงผู้ตายโดยเจตนาฆ่าผู้ตายในลักษณะที่ผู้ตายวิ่งหนีมือเปล่า และไม่มีภยันตรายที่ใกล้จะถึงจึงไม่พอฟังว่าจำเลยต่อสู้ป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5626/2533 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางวุ้น จงจิตต์ โจทก์ร่วม สิบตำรวจเอกบรรดาศักดิ์ สัมมาขันต์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ร่วม - นางวุ้น จงจิตต์ · จำเลย - สิบตำรวจเอกบรรดาศักดิ์ สัมมาขันต์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา