คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 835/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยสงบ เปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี หากได้มาโดยสุจริตและปราศจากข้อโต้แย้ง หรือ 20 ปี หากได้มาโดยไม่สุจริต ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นโดยการครอบครองปรปักษ์
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทั้งสองซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์รวมทั้งที่พิพาทเมื่อปี 2504 โดยไม่ทราบว่าที่พิพาทอยู่ในเขตโฉนดที่ดินของโจทก์ แม้หนังสือรับรองการทำประโยชน์จะออกทับที่พิพาทแต่จำเลยทั้งสองก็ได้ครอบครองตั้งแต่ปี 2504 ด้วยความสงบเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมา 20 ปีแล้วจึงได้กรรมสิทธิ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินมีโฉนดซึ่งเดิมเป็นของมารดาโจทก์ เมื่อมารดาโจทก์ถึงแก่กรรม โจทก์ซึ่งเป็นทายาทได้รับมรดกและถือกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทตั้งแต่เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๑๗ ต่อมาเมื่อปี ๒๕๒๐ โจทก์ยอมให้จำเลยทั้งสองอาศัยทำนาเป็นเวลา ๕ ปี แต่เมื่อครบกำหนดจำเลยทั้งสองไม่ยอมออก ต่อมาวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๒๕ โจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดสอบเขตจำเลยเข้าขัดขวางอ้างว่าที่พิพาทเป็นของตนซื้อจากบุคคลอื่น มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นหลักฐาน ขอศาลบังคับจำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินโจทก์และชดใช้ค่าเสียหาย
จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยทั้งสองโดยซื้อมาจากบุคคลอื่นตั้งแต่เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๐๔ มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นหลักฐาน แล้วจำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ด้วยความสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลาถึง ๒๑ ปี โจทก์หรือมารดาโจทก์ไม่เคยโต้แย้ง การที่จำเลยทั้งสองยืนยันแนวเขตที่ดินกับเจ้าพนักงานที่ดินไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทโจทก์หรือมารดาโจทก์มิได้ทำประโยชน์มานาน เป็นเหตุให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าเป็นที่ป่าไม่มีเจ้าของ จึงขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทับที่ดินตามโฉนดที่ดินของโจทก์บางส่วนซึ่งเป็นที่พิพาท จำเลยทั้งสองซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ซึ่งรวมทั้งที่พิพาทจากบุคคลอื่นดังกล่าวตั้งแต่เมื่อปี ๒๕๐๔ แล้วครอบครองตลอดมา โดยไม่ทราบว่าที่พิพาทอยู่ในเขตโฉนดที่ดินของฝ่ายโจทก์ แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า แม้หนังสือรับรองการทำประโยชน์จะออกทับที่พิพาท แต่จำเลยทั้งสองก็ได้ครอบครองตั้งแต่ปี ๒๕๐๔ ด้วยความสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมา ๒๐ กว่าปีแล้ว จึงได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๘๒
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 835/2533
นางแช่ม โสภา โจทก์
นายสมบูรณ์ วิเศษกุล กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางแช่ม โสภา · จำเลย - นายสมบูรณ์ วิเศษกุล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พนม พ่วงภิญโญ · สุทิน นนทแก้ว · ประเสริฐ บุญศรี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายสุทธินัด คำพล · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา