⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1357/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1357/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ในการตั้งผู้จัดการมรดก ศาลจะตั้งผู้ที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์แก่กองมรดก โดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดก และผู้ขอตั้งมีหน้าที่แสดงให้เห็นว่าตนมีความประพฤติเหมาะสม การเบิกความถึงทรัพย์มรดกเพียงบางส่วนไม่ถือเป็นการปิดบังทรัพย์มรดก.

ย่อคำพิพากษา

ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านผู้ร้อง และขอให้ศาลตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดก โดยกล่าวอ้างว่าตนไม่เคยมีความประพฤติเสื่อมเสียซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 วรรคท้ายนั้น ในการตั้งผู้จัดการมรดกให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์และโดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดก ดังนั้น ผู้คัดค้านที่ 1 จึงต้องมีหน้าที่แสดงให้ศาลเห็นว่าตนมีความประพฤติดี เหมาะสมเป็นผู้จัดการมรดก แม้จะไม่มีการคัดค้านในข้อนี้เป็นการเฉพาะเจาะจง การที่ทายาทโดยธรรมเบิกความในคดีที่ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกว่า เจ้ามรดกมีทรัพย์มรดกเพียงเท่าที่เบิกความถึงแต่ความจริงเจ้ามรดกมีทรัพย์มรดกมากกว่านั้น ยังไม่พอฟังว่าเป็นการปิดบังทรัพย์มรดก.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1605 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องคัดค้าน และขอให้ศาลตั้งตนแต่ผู้เดียวเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องคัดค้านว่าผู้ร้องปกปิดทายาทที่แท้จริง ผู้คัดค้านที่ 1 มิใช่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายและเป็นคนต่างด้าว ขอให้ศาลตั้งผู้คัดค้านที่ 2 แต่ผู้เดียวเป็นผู้จัดการมรดก ก่อนไต่สวน ผู้ร้องยื่นคำร้องขอถอนคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่าในระหว่างผู้คัดค้านที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 ผู้ใดสมควรที่จะเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้ พิเคราะห์แล้ว ผู้คัดค้านที่ 2 มีพยานคือนางเล้ก เสตะจันทร์ กับนางธาริณี ฉัตรมณี ซึ่งต่างเป็นบุตรเจ้ามรดกเบิกความทำนองเดียวกันว่าคัดค้านที่ 1 ดื่มสุราเมาแล้วไร้สติ เคยจะใช้มีดแทงเจ้ามรดก จึงถูกไล่ออกจากบ้าน และผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้เข้ากับพี่น้อยคนอื่น ๆ ไม่ได้นอกจากนี้ผู้คัดค้านที่ 1 เองเบิกความตอบทนายผู้คัดค้านที่ 2 ว่า ปัจจุบันผู้คัดค้านที่ 1 ไม่ได้ทำงานอะไร ส่วนผู้คัดค้านที่ 2 ปรากฏว่าเป็นนายตำรวจยศร้อยตำรวจเอกจบการศึกษาจากประเทศฟิลิปปินส์ และมีหนังสือเอกสารหมาย ร.ค. 12 ข้อความว่าพี่น้องคนอื่นยินยอมให้ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียว เอกสารฉบับดังกล่าวนี้มีบุตรของเจ้ามรดก 4 คนลงชื่อไว้ จากพยานหลักฐานดังกล่าวจึงเห็นได้ว่าผู้คัดค้านที่ 2 สมควรเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้ยิ่งกว่า ศาลฎีกาเห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และที่ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกาว่าเหตุการณ์เรื่องดื่มสุราเมาไร้สติเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่มีอายุยังน้อย หลังจากแต่งงานแล้ว ผู้คัดค้านที่ 1ได้ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน เลิกดื่มสุรา มีฐานะการเงินมั่นคงแต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าผู้คัดค้านมิได้นำพยานหลักฐานใดมาสนับสนุนยืนยันให้เป็นเป็นความจริงตามที่กล่าวงอ้าง ผู้คัดค้านที่ 1 จึงได้ฎีกาโต้แย้งว่าผู้คัดค้านที่ 2 ได้ยื่นคำคัดค้านเพียงว่าผู้คัดค้านที่ 1 ไม่ใช่ทายาทของเจ้ามรดกเท่านั้น มิได้คัดค้านเกี่ยวกับความประพฤติของผู้คัดค้านที่ 1 ว่าเป็นดังกล่าวนั้น ผู้คัดค้านที่ 1 จึงไม่ต้องนำสืบในข้อนี้ และศาลก็จะนำข้อนี้มาวินิจฉัยไม่ได้ เห็นว่าเมื่อผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านผู้ร้องและขอให้ศาลตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านที่ 1 ได้กล่าวอ้างว่าตนไม่เคยมีความประพฤติเสื่อมเสีย และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1713 วรรคท้าย ในการตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์และโดยคำนึงเจตนาของเจ้ามรดกแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร ทั้งผู้คัดค้านที่ 2 ก็ได้คัดค้านแล้วว่าหากศาลอนุญาตให้ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกทายาททุกคนจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ได้รับความเสียหายและเป็นไปด้วยความไม่เรียบร้อย ฉะนั้นผู้คัดค้านที่ 1 จึงต้องมีหน้าที่แสดงให้ศาลเห็นว่าตนมีความประพฤติดี เหมาะสมเป็นผู้จัดการมรดกอยู่แล้วหาจำต้องมีการคัดค้านในข้อนี้เป็นการเฉพาะเจาะจงไม่ ส่วนที่ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความประพฤติในขณะที่มีอายุน้อยปัจจุบันได้เลิกแล้วไม่ชอบที่จะนำมาพิจารณาวินิจฉัยนั้น เห็นว่า ในการใช้ดุลพินิจศาลย่อมนำเหตุการณ์มาประกอบได้เสมอ ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดมาแล้วนานเพียงใด ส่วนที่ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกาว่า ไม่สมควรตั้งผู้คัดค้านที่ 2เป็นผู้จัดการมรดกเพราะผู้คัดค้านที่ 2 สมคบกับนางเล็กผู้ร้องเพื่อจะให้ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกรายนี้นั้น เห็นว่าหาได้ปรากฏข้อเท็จจริงในสำนวนว่าเป็นดังกล่าวแต่อย่างไรไม่และที่อ้างว่าผู้คัดค้านที่ 2 มีความประพฤติไม่ดีเห็นได้จากคำคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 ที่กล่าวว่าผู้คัดค้านที่ 1 มิใช่ทายาทของมรดก ทำหรือใช้เอกสารปลอม ข่อมขู่ว่าผู้คัดค้านที่ 1 เป็นคนต่างด้าว ก็ไม่เป็นเหตุผลพอเพียงที่จะไม่สมควรเป็นผู้จัดการมรดกส่วนที่อ้างว่าผู้คัดค้านที่ 2 ปิดบังทรัพย์มรดกที่เบิกความว่าที่ดินทรัพย์มรดกมีเพียง 15 ไร่ และไม่ได้เบิกความถึงเงินค่าเช่าอีกนั้น เห็นว่ายังไม่พอฟังว่าเป็นการปิดบังทรัพย์มรดก คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1357/2534 นาง เล็ก เสตะ จันทร์ ผู้ร้อง นาย เป็งง้วน หรือ ม้วน แซ่ลี้ กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นาง เล็ก เสตะ จันทร์ · ผู้คัดค้าน - นาย เป็งง้วน หรือ ม้วน แซ่ลี้ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิเวศน์ คำผอง · ยงยุทธ ธารีสาร · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7521/2538ฎีกา 1491/2523ฎีกา 3160/2536ฎีกา 678/2535ฎีกา 9/2518ฎีกา 6470/2538ฎีกา 5512/2540ฎีกา 6161/2548ฎีกา 3094/2557ฎีกา 1914/2529ฎีกา 1595/2534ฎีกา 2062/2492ฎีกา 3579/2540ฎีกา 2981/2537ฎีกา 3448/2536ฎีกา 3254/2533ฎีกา 6930/2542ฎีกา 388-389/2511ฎีกา 1099/2550ฎีกา 3785-3787/2552ฎีกา 3188/2533ฎีกา 5080/2542ฎีกา 472/2532ฎีกา 4639/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ