⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2405/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2405/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาต่างตอบแทน เมื่อฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา อีกฝ่ายหนึ่งย่อมไม่มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ตอบแทน.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การว่า โจทก์ผิดสัญญา ส่งผ้าให้แก่จำเลยช้าและไม่ครบจำนวนตามสัญญา ทำให้จำเลยเสียหาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิบังคับจำเลยให้ชดใช้ราคาค่าผ้าที่โจทก์ส่งมอบให้แก่จำเลยตามฟ้องจำเลยอุทธรณ์ว่า สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนเมื่อโจทก์ชำระหนี้ไม่ถูกต้องครบถ้วนในเวลาที่กำหนดไว้ จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ตอบแทน ดังนี้ แม้คำให้การดังกล่าวจำเลยจะไม่ได้ให้การให้ปรากฏถ้อยคำว่า "สัญญาต่างตอบแทน" ไว้ด้วยแต่ก็มีความหมายอยู่ในตัวแล้วว่า สัญญาซื้อขายผ้าตามฟ้องเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อโจทก์ไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาจำเลยจึงไม่มีหน้าที่ชำระราคาเป็นการตอบแทน ข้ออุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวกับคำให้การจำเลยเป็นเรื่องเดียวกันและเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้จึงไม่ชอบ แต่จำเลยได้ยกประเด็นดังกล่าวเป็นข้อฎีกาขึ้นมาแล้วศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาตามประเด็นข้อนี้เสียเอง โดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้สั่งซื้อผ้าจากโจทก์ จำนวน 13,898 หลาเป็นเงิน 538,119.60 บาท จำเลยได้รับผ้าดังกล่าวจากโจทก์แล้วไม่ชำระเงินให้โจทก์ โจทก์ทวงถามจำเลยเพิกเฉย จำเลยต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2528ถึงวันฟ้องรวม 191 วัน จากยอดเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินดอกเบี้ย21,119 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินให้โจทก์ 559,238 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากยอดเงินจำนวน 538,119.60 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2528 จำเลยได้ซื้อผ้าจากโจทก์โดยมีข้อตกลงว่าโจทก์ต้องส่งผ้าให้จำเลยไม่น้อยกว่า50,000 หลา หรือระหว่าง 50,000 ถึง 75,000 หลา ภายใน 90 วันนับแต่จำเลยเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตภายในประเทศชำระหนี้แก่โจทก์แต่โจทก์ส่งผ้าให้จำเลยตามกำหนดเพียง 4,779 หลา และส่งให้เมื่อพ้นกำหนดอีก 9,119 หลา จำเลยได้รับผ้าไว้เพียง 13,898 หลาโจทก์จึงผิดสัญญาส่งผ้าให้จำเลยไม่ครบและส่งล่าช้าทำให้จำเลยเสียหายโดยต้องซื้อผ้าจากโรงงานอื่นในราคาที่แพงขึ้น ต้องเสียค่าใช้จ่ายส่งเสื้อผ้าสำเร็จรูปไปให้ลูกค้าต่างประเทศทางอากาศ และต้องเสียค่าใช้จ่ายให้คนงานที่ไม่มีงานทำเพราะต้องรอผ้าจากโจทก์รวมเป็นเงินหลายแสนบาท ซึ่งจำเลยจะฟ้องเรียกค่าเสียหายดังกล่าวจากโจทก์ต่อไป โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าผ้าตามฟ้องจากจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 538,119.60 บาทแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาตามฎีกาจำเลยว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าสำหรับที่จำเลยอุทธรณ์ว่าสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อโจทก์ชำระหนี้ไม่ถูกต้องครบถ้วนในเวลาที่กำหนดไว้ จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ตอบแทนนั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในคำให้การ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้เป็นการไม่ชอบหรือไม่พิเคราะห์แล้วจำเลยให้การว่า โจทก์ผิดสัญญาส่งผ้าให้แก่จำเลยล่าช้าและไม่ครบจำนวนตามสัญญาทำให้จำเลยเสียหาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยชดใช้ราคาค่าผ้าที่โจทก์ส่งมอบให้แก่จำเลยตามฟ้องเห็นว่า แม้คำให้การจำเลยดังกล่าวจะไม่ได้ให้การให้ปรากฏถ้อยคำว่า"สัญญาต่างตอบแทน" ไว้ด้วย แต่ก็มีความหมายอยู่ในตัวแล้วว่าสัญญาซื้อขายผ้าตามฟ้องเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อโจทก์ไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ชำระราคาเป็นการตอบแทน ข้ออุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวกับคำให้การจำเลยเป็นเรื่องเดียวกันและเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น และจำเลยได้ยกประเด็นดังกล่าวเป็นข้อฎีกาขึ้นมาแล้วศาลฎีกาจึงเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาตามประเด็นข้อนี้เสียเองโดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ในปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่า แม้สัญญาซื้อขายผ้าตามฟ้องจะเป็นสัญญาต่างตอบแทน และแม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าโจทก์ผิดสัญญาส่งผ้าให้จำเลยไม่ครบจำนวนตามสัญญาและส่งผ้าล่าช้าเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายก็ตาม จำเลยก็ยังมีหน้าที่ต้องใช้ราคาสำหรับผ้าส่วนที่จำเลยรับไว้ตามที่โจทก์ฟ้องอยู่ดี เพราะมิได้มีข้อกำหนดกันไว้ให้จำเลยไม่ต้องชำระเมื่อโจทก์ประพฤติผิดสัญญาดังกล่าวศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระค่าผ้าให้แก่โจทก์ตามฟ้อง" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2405/2534 บริษัท เค . เจริญ (2526) จำกัด โจทก์ บริษัท สม จิต บุญ ชอบ อ่อง สว่าง จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เค . เจริญ (2526) จำกัด · จำเลย - บริษัท สม จิต บุญ ชอบ อ่อง สว่าง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 3136/2524ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8735/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 2520/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8444/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 2898/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 9571/2544ฎีกา 5494/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ