⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 386/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษจำเลยโดยมิได้แก้บทกฎหมายที่จำเลยกระทำผิด ถือเป็นการแก้ไขเล็กน้อย โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยหนักขึ้นตามศาลชั้นต้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการลงโทษจำเลย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลย มิได้แก้บทกฎหมายที่จำเลยกระทำความผิด เป็นการแก้ไขเล็กน้อย โจทก์ฎีกาว่าควรลงโทษจำเลยให้หนักขึ้นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการลงโทษจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ.2532 ม.11

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33, 288 และริบค้อนของกลาง จำเลยให้การสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288วางโทษประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วย มาตรา 52(1) คงลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ริบค้อนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 20 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลย มิได้แก้บทกฎหมายที่จำเลยกระทำความผิด เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ที่โจทก์ฎีกาว่า ควรลงโทษจำเลยให้หนักขึ้นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในการลงโทษจำเลย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 11 และโดยที่ปรากฏว่ามิได้มีการอนุญาตหรือรับรองให้ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 221 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์จึงไม่ถูกต้องศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2534 อัยการ นครสวรรค์ โจทก์ นาง สนาม หรือ สะหนาม ชัยรักษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ นครสวรรค์ · จำเลย - นาง สนาม หรือ สะหนาม ชัยรักษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิน อักขรายุธ · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 99/2541ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1638/2492ฎีกา 1162/2508ฎีกา 6416/2541ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 540/2485ฎีกา 5957/2530ฎีกา 149/2521ฎีกา 472/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา