⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4598/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4598/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลได้ครอบครองทรัพย์สินโดยอาศัยสิทธิของผู้อื่น จะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือแห่งการครอบครองของตนให้เป็นไปโดยปรปักษ์ต่อเมื่อได้บอกกล่าวหรือแสดงเจตนาให้เจ้าของทรัพย์สินทราบอย่างชัดแจ้ง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ที่โจทก์อ้างว่าเป็นของโจทก์และให้จำเลยเช่าบางส่วน ต่อมาโจทก์ได้บอกเลิกการเช่าแล้ว จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยโดยได้รับการยกให้จากบิดาจำเลยและจำเลยได้เข้าครอบครองมาประมาณ 40 ปี ไม่เคยเช่าจากโจทก์ คำให้การดังกล่าวไม่มีประเด็นเรื่องเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 จำเลยจึงไม่อาจอ้างสิทธิตามมาตรา 1375 ได้ แม้ตามทางพิจารณาของโจทก์จะได้ความว่าเมื่อโจทก์ที่ 1 ไปทวงค่าเช่าจำเลยไม่ชำระ โจทก์ที่ 1 ไปร้องเรียนต่อปลัดอำเภอ ปลัดอำเภอเรียกจำเลยมาเจรจากับโจทก์ที่ 1 แล้ว จำเลยโต้เถียงว่าไม่ได้เช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์ที่ 1 ไม่เคยชำระค่าเช่ามาก่อนศาลก็ไม่อาจยกขึ้นวินิจฉัยว่าโจทก์ถูกแย่งการครอบครองได้ เพราะเป็นการวินิจฉัยนอกเหนือจากประเด็นที่จำเลยต่อสู้ไว้ในคำให้การและไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดิน น.ส.๓ เลขที่ ๑๖๒ หมู่ ๑๐ตำบลนาวังหิน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ ๒๓ ไร่ ๓ งาน ๓๐ ตารางวา จำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดินแปลงดังกล่าวบางส่วนเป็นเนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งาน ๓๐ ตารางวา เป็นที่อยู่อาศัยมีกำหนด ๑ ปี ค่าเช่า ๓๐๐ บาท จำเลยได้ค้างค่าเช่าเป็นเวลา ๔ ปี ๖ เดือน เป็นเงินค่าเช่า ๑,๓๕๐ บาท โจทก์ทวงถามค่าเช่า จำเลยเพิกเฉย โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยออกไปจากที่เช่าและให้ชำระค่าเช่าที่ค้างแล้ว แต่จำเลยก็เพิกเฉย ขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่เช่าห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้จำเลยชำระค่าเช่าและค่าเสียหายรวมเป็นเงิน ๑,๖๒๕ บาท และชำระค่าเสียหายนับแต่วันฟ้องในอัตราปีละ ๓๐๐ บาท จนกว่าจะออกไปจากที่พิพาท จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยไม่เคยทำนสัญญาเช่าที่ดินจากโจทก์ บิดาจำเลยยกที่ดินพิพาทให้จำเลย จำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินที่โจทก์อ้างโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลา ๔๐ ปีเศษแล้ว ฟ้องโจทก์ขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท พร้อมทั้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกไป ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องต่อไป ให้จำเลยชำระค่าเช่าและค่าเสียหายรวมเป็นเงิน ๑,๖๒๕ บาท กับค่าเสียหายปีละ ๓๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่พิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าการที่จำเลยแย่งสิทธิครอบครองที่ดินส่วนพิพาทจากโจทก์ทั้งสองโดยการแสดงเจตนาจะไม่ครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ต่อไปนั้น เป็นข้อที่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่าโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓) ที่โจทก์อ้างว่าเป็นของโจทก์และให้จำเลยเช่าบางส่วน ต่อมาโจทก์ได้บอกเลิกการเช่าแล้ว จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยโดยได้รับการยกให้จากบิดาจำเลยและจำเลยได้เข้าครอบครองมาประมาณ ๔๐ ปีแล้ว ไม่เคยเช่าจากโจทก์ คำให้การดังกล่าวไม่มีประเด็นเรื่องเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๑ จำเลยจึงไม่อาจอ้างสิทธิตามมาตรา ๑๓๗๕ ได้ แม้ตามทางพิจารณาของโจทก์จะได้ความว่า เมื่อโจทก์ที่ ๑ ไปทวงค่าเช่าจำเลยไม่ชำระ โจทก์ที่ ๑ ไปร้องเรียนต่อปลัดอำเภอ ปลัดอำเภอเรียกจำเลยมาเจรจากับโจทก์ที่ ๑ จำเลยโต้เถียงว่าไม่ได้เช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์ที่ ๑ ไม่เคยชำระค่าเช่ามาก่อน ศาลก็ไม่อาจยกขึ้นวินิจฉัยว่าโจทก์ถูกแย่งการครอบครองเพราะเป็นการวินิจฉัยนอกเหนือจากประเด็นที่จำเลยต่อสู้ไว้ในคำให้การและไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยจึงไม่ชอบ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4598/2534 นายทำนอง หาญณรงค์ กับพวก โจทก์ นางเขียน นิยม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทำนอง หาญณรงค์ กับพวก · จำเลย - นางเขียน นิยม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ ฉิมพาลี · ชุม สุกแสงเปล่ง · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายอัมพร สิทธิบุศย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญศรี แก้วสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 142/2492ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 1131/2502ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา