⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5613/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5613/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลมีคำพิพากษาให้ถอนผู้จัดการมรดกเดิมและตั้งผู้จัดการมรดกใหม่ ถือเป็นที่สุดและผูกพันผู้จัดการมรดกเดิม ทำให้ไม่มีอำนาจฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดกอีกต่อไป การจัดการทรัพย์มรดกของผู้จัดการมรดกตามมติที่ประชุมทายาทเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก ย่อมมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหากบุคคลใดประสงค์จะขอให้ศาลตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกคนใหม่แทนโจทก์กระทำได้โดยยื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีเดิม แต่ถ้าจะฟ้องโจทก์แยกต่างหากจากคดีเดิมโดยอาศัยเหตุตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727ก็ย่อมกระทำได้ ทั้งนี้เพราะบทบัญญัติดังกล่าวให้ยื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีเดิมก่อนการปัน มรดก เสร็จสิ้นลงเท่านั้น หาได้ตัดสิทธิมิให้ผู้ขอไปฟ้องเป็นคดีใหม่อีกต่างหากไม่ เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้ถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดก และตั้งบุคคลอื่นเป็นผู้จัดการมรดกแทนโจทก์ ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้วคำพิพากษาดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์โจทก์จึงไม่ใช่ผู้จัดการมรดกของผู้ตายอีกต่อไป จึงไม่มีอำนาจฟ้องในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย การที่ผู้จัดการมรดกได้ทำตามมติที่ประชุมทายาทโดยโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย เป็นการจัดการเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ตายนิติกรรมดังกล่าวย่อมมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1719 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1727

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายรอด มงคลชาติตามคำสั่งศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขแดงที่ 52/2528 ต่อมานายสมคิดมงคลชาติ ได้ฟ้องโจทก์ต่อศาลชั้นต้นให้ถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายรอด แต่แม้ศาลจะพิพากษาถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายรอด และตั้งนายสมคิดเป็นผู้จัดการมรดกก็ตาม ก็ไม่ลบล้างคำสั่งเดิมเพราะนายสมคิดไม่ได้ร้องขอเข้ามาในคดีเดิมโจทก์ยังคงเป็นผู้จัดการมรดกของนายรอดโดยชอบด้วยกฎหมายแต่ผู้เดียวนายสมคิดไม่มีอำนาจจัดการมรดกรายนี้ นายสมคิดได้สมรู้กับจำเลยทำสัญญาขายที่ดิน น.ส.3 ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนายรอดให้แก่จำเลยโดยไม่มีอำนาจ โจทก์ในฐานะทายาทและผู้จัดการมรดกของนายรอดจึงใช้สิทธิฟ้องคดีนี้ ขอให้เพิกถอนรายการทะเบียนในน.ส.3 ดังกล่าว จำเลยให้การว่า ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 385/2528 ถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดกแล้ว โจทก์จึงไม่ใช่ผู้จัดการมรดกของนายรอด คงเป็นเพียงทายาทผู้หนึ่งเท่านั้น จำเลยประมูลซื้อขายในที่ประชุมทายาทโดยเปิดเผย สุจริต และเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ซื้อขายโดยชอบด้วยกฎหมายจากผู้จัดการมรดกของนายรอดแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่าโจทก์ยังเป็นผู้จัดการมรดกของนายรอดและมีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่..เห็นว่าเดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายรอดผู้ตายซึ่งตามปกติหากนายสมคิดประสงค์จะขอให้ศาลตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกคนใหม่แทนโจทก์ก็ย่อมกระทำได้โดยยื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีเดิม อย่างไรก็ตามถ้านายสมคิดประสงค์จะฟ้องโจทก์แยกต่างหากจากคดีเดิม โดยอาศัยเหตุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1727 ก็ย่อมกระทำได้ ทั้งนี้เพราะบทบัญญัติดังกล่าวเป็นแต่ให้ยื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีเดิมก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นลงเท่านั้นหาได้ตัดสิทธิมิให้ผู้ขอไปฟ้องเป็นคดีใหม่อีกต่างหากไม่ ดังนั้นเมื่อในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 385/2528 ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้ถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายรอด และตั้งนายสมคิดเป็นผู้จัดการมรดกของนายรอดแทนโจทก์ ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว คำพิพากษาดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์ สิทธิและหน้าที่ของโจทก์ในการเป็นผู้จัดการมรดกของนายรอดย่อมสิ้นสุดลง โจทก์มิใช่ผู้จัดการมรดกของนายรอดตามกฎหมายต่อไป จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกของนายรอด ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่โจทก์ฎีกาข้อต่อไปว่า โจทก์ในฐานะทายาทของนายรอดมิได้มอบอำนาจให้นายสมคิดทำนิติกรรมโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยนิติกรรมดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 113 โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนใน น.ส.3 ตามฟ้องได้นั้น เห็นว่ากรณีนี้เป็นการดำเนินการเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้จัดการมรดก การที่นายสมคิดทำตามมติที่ประชุมทายาทโดยโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยจึงเป็นการจัดการเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกของนายรอด หาจำต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ก่อนไม่นิติกรรมดังกล่าวย่อมมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนใน น.ส.3 ตามฟ้อง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1407/2515 ที่โจทก์ยกขึ้นอ้างอิงนั้นข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5613/2534 นาย สม มุ่ง มงคล ชาติ โจทก์ นาง สม ใจ ภูมิ โค กรักษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สม มุ่ง มงคล ชาติ · จำเลย - นาง สม ใจ ภูมิ โค กรักษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมพงษ์ สนธิเณร · ม.ร.ว.อดุลกิติ์ กิติยากร · สัญชัย สิงหลกะ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 2467/2526ฎีกา 79/2501ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1591/2495ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4564/2543ฎีกา 15617/2558ฎีกา 3011/2543ฎีกา 4176/2530ฎีกา 1906/2519ฎีกา 5007/2540ฎีกา 7631/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมตุลาการ