⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1396/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1396/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิการเช่าที่พักอาศัยและทำการค้าที่ได้มาระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ถือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาร่วมกัน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยแต่งงานกันโดยไม่จดทะเบียนสมรส หลังจากนั้นได้เช่าร้านพิพาทพักอาศัย และร่วมทำการค้าในร้านพิพาทด้วยกันเรื่อยมา ดังนั้น สิทธิการเช่าร้านพิพาทจึงเป็นทรัพย์สินของโจทก์จำเลยร่วมกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1356 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยอยู่กินฉันสามีภรรยาโดยไม่จดทะเบียนสมรส ระหว่างอยู่กินโจทก์เช่าบ้านพิพาทเพื่อประกอบกิจการค้าร่วมกัน ต่อมาจำเลยประพฤติตนไม่เหมาะสมขัดขวางต่อการอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา โจทก์จำเลยจึงตกลงเลิกร้างกัน โดยโจทก์ขอให้จำเลยออกจากบ้านเช่า จำเลยไม่ยินยอม โจทก์จำเลยจึงตกลงกันโดยให้จำเลยคืนเงินโจทก์จำนวนหนึ่ง และโจทก์ได้ออกจากบ้านเช่าไปแล้วจำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินแก่โจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า เคยอยู่กินฉันสามีภรรยากับโจทก์จริง แต่ตกลงเลิกร้างกันหรือไม่ไม่ทราบและไม่รับรอง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะโจทก์ลงชื่อในสัญญาเช่าบ้านกับผู้ให้เช่าในฐานะที่จำเลยเป็นเจ้าของร่วมกัน จำเลยไม่เคยผิดนัดหรือผิดสัญญาก่อนโจทก์ฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้านเลขที่ ๘๗ -๘๙ ถนนปัตตานีภิรมย์ ตำบลอาเบาะรู อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี และส่งมอบบ้านคืนแก่โจทก์ในสภาพที่เรียบร้อยและห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อง กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายและคืนเงินทุนแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิที่โจทก์จะนำคดีไปฟ้องร้องจำเลยเกี่ยวกับสิทธิในห้องพิพาทต่อไป โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์และจำเลยได้พักอาศัยและร่วมทำการค้าอยู่ในร้านพิพาทด้วยกันเรื่อยมา พฤติการณ์ดังกล่าวเห็นได้ว่า สิทธิการเช่าร้านพิพาทเป็นทรัพย์ที่หามาได้โดยโจทก์และจำเลยมีเจตนาเป็นเจ้าของร่วมกัน การที่โจทก์ลงชื่อเป็นผู้เช่าร้านพิพาทแต่เพียงผู้เดียว ไม่เป็นข้อสันนิษฐานว่าจำเลยไม่มีส่วนร่วมด้วย สิทธิการเช่าร้านพิพาทเป็นของโจทก์และจำเลยร่วมกัน โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ตัดสิทธิที่โจทก์จะนำคดีไปฟ้องร้องจำเลยเกี่ยวกับสิทธิสินค้าในร้านพิพาทภายในกำหนดอายุความ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1396/2535 นางสาวนัยนา อิงควิโรจน์ โจทก์ นายบุญเลิศ อิงคยุทธวิทยา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวนัยนา อิงควิโรจน์ · จำเลย - นายบุญเลิศ อิงคยุทธวิทยา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จเร อำนวยวัฒนา · พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สถิตย์ เล็งไธสง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปัตตานี - นายชัยฤทธิ์ ลีลาเกรียงศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายธวัช สุทธิสมบูรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1342/2509ฎีกา 4513/2533ฎีกา 9577/2552ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 7335/2538ฎีกา 643/2497ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา