⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1806/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1806/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นโดยมีเจตนาจะยึดถือเพื่อตนเองเท่านั้น จึงจะถือเป็นการครอบครองปรปักษ์ได้ หากเป็นการครอบครองแทนเจ้าของทรัพย์สิน จะไม่ถือเป็นการครอบครองปรปักษ์จนกว่าจะมีการแสดงเจตนาเปลี่ยนแปลงลักษณะการครอบครองนั้นอย่างชัดแจ้ง

ย่อคำพิพากษา

บิดาโจทก์ยกที่พิพาทให้โจทก์ก่อนที่บิดาโจทก์จะสมรสกับจำเลยการที่จำเลยและบิดาโจทก์อยู่ในที่พิพาทต่อมาโดยจำเลยรู้แล้วว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ดังนี้ การครอบครองที่พิพาทของจำเลยจึงเป็นการครอบครองแทนโจทก์ เมื่อไม่ปรากฏว่า จำเลยได้แสดงเจตนาต่อโจทก์ว่า ไม่ประสงค์จะครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ต่อแล้วอันเป็นการเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1381ย่อมถือว่าจำเลยยังครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์อยู่เช่นเดิมแม้จำเลยจะครอบครองที่พิพาทติดต่อกันมาเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้วจำเลยก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทในฐานะครอบครองปรปักษ์ตาม มาตรา1382.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่2409 และบ้านเลขที่ 21/2 ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินดังกล่าวโดยการยกให้ของนายทองเหลือง ทิมช่วย บิดาโจทก์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2514จำเลยเป็นภริยาบิดาโจทก์โดยจดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์2519 และบิดาโจทก์ให้จำเลยอยู่อาศัยในบ้านเลขที่ 21/2 ของโจทก์ต่อมา พ.ศ. 2523 บิดาโจทก์ตายจำเลยได้รื้อถอนบ้านดังกล่าวบางส่วนขยายเปลี่ยนแปลงรูปทรงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหายคิดเป็นเงิน 10,000 บาท ขอให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 2409 และบ้านเลขที่ 21/2 ให้ส่งมอบบ้านในสภาพเรียบร้อยและห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับบ้านและที่ดินดังกล่าวให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 10,000 บาท จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินตามฟ้องโจทก์เป็นสินสมรสระหว่างนายทองเหลืองกับจำเลย การที่นายทองเหลืองเอาที่ดินดังกล่าวยกให้โจทก์โดยจำเลยไม่ได้ให้ความยินยอมไม่ชอบด้วยกฎหมายส่วนบ้านเลขที่ 21/2 เป็นสินส่วนตัวของจำเลย มีอาณาเขตแน่นอนและจำเลยได้ครอบครองด้วยความสงบเปิดเผย เจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาเป็นเวลา 10 กว่าปีแล้ว ขอให้ยกฟ้องโจทก์และพิพากษาว่าที่ดินบางส่วนของที่ดินโฉนดเลขที่ 2409 เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย และห้ามมิให้โจทก์และบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินและบ้านดังกล่าว โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า บ้านและที่ดินตามฟ้องโจทก์เป็นสินส่วนตัวของนายทองเหลือง เมื่อนายทองเหลืองยกที่ดินโฉนดเลขที่ 2409ให้โจทก์แล้ว ก็อยู่อาศัยครอบครองแทนโจทก์ จำเลยอยู่ในฐานะภริยานายทองเหลือง โดยไม่ได้ปลูกบ้านดังกล่าวเอง ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 2409 ตำบลคุ้งสำเภาอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ตามแผนที่พิพาทเส้นสีเขียว และบ้านเลขที่ 21/2 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวเป็นของจำเลย โดยจำเลยได้กรรมสิทธิ์ด้วยการครอบครองปรปักษ์ห้ามโจทก์และบริวารเข้ายุ่งเกี่ยวในที่ดินและบ้านดังกล่าว โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินพิพาทตามแผนที่พิพาทเส้นสีเขียวเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกามีว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือเป็นของจำเลย ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่าจำเลยเป็นภริยานายทองเหลือง ทิมช่วย จดทะเบียนสมรสกันเมื่อพ.ศ. 2519 โจทก์เป็นบุตรนายทองเหลือง เกิดจากภริยาอีกคนหนึ่งซึ่งตายไปแล้ว ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 2409ตำบลคุ้งสำเภา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ปรากฏตามโฉนดเอกสารหมาย จ.1 ที่ดินแปลงนี้นายทองเหลืองได้รับการยกให้จากนางเขียวทิมช่วยมารดา เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2501 ต่อมาวันที่ 19พฤษภาคม 2514 นายทองเหลืองยกที่ดินโฉนดเอกสารหมาย จ.1 ให้แก่โจทก์ทั้งแปลง จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า10 ปีแล้ว พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่านายทองเหลืองมีที่พิพาทอยู่ก่อนวันจดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่พิพาทจึงมิใช่สินสมรสระหว่างนายทองเหลืองกับจำเลย หากแต่เป็นสินส่วนตัวของนายทองเหลือง ทั้งได้ความว่านายทองเหลืองยกที่พิพาทให้โจทก์ก่อนนายทองเหลืองจดทะเบียนสมรสกับจำเลย เช่นนี้โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยชอบ การที่จำเลยและนายทองเหลืองอยู่ในที่พิพาทต่อมานับแต่นายทองเหลืองยกที่พิพาทให้โจทก์โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ เช่นนี้ การครอบครองที่พิพาทของจำเลยจึงเป็นการครอบครองแทนโจทก์ ดังนี้ หากจำเลยประสงค์จะเปลี่ยนการครอบครองจากการครอบครองแทนเป็นการครอบครองปรปักษ์จะต้องบอกกล่าวไปยังโจทก์ก่อนว่าไม่ประสงค์จะครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ต่อไปเสียก่อน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1381 แต่ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ไม่ได้ความว่า จำเลยได้แสดงเจตนาต่อโจทก์ว่า ไม่ประสงค์จะครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ต่อไปแล้ว ย่อมถือว่าจำเลยยังคงครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์อยู่เช่นเดิม ดังนี้ แม้จำเลยจะครอบครองที่พิพาทติดต่อกันมาเป็นเวลาเกินกว่า10 ปีแล้ว จำเลยก็หาได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทในฐานะครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1806/2535 นาย เฉลิม ทิม ช่วย โจทก์ นาง ประเสริฐ ทิม ช่วย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เฉลิม ทิม ช่วย · จำเลย - นาง ประเสริฐ ทิม ช่วย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิฑูรย์ สุทธิประภา · อัมพร เดชศิริ · สมปอง เสนเนียม
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 726/2493ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 9788/2553ฎีกา 5473/2548ฎีกา 945/2537ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4185/2547ฎีกา 824-825/2511ฎีกา 663/2488ฎีกา 602/2490ฎีกา 546/2532ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1077/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ