⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 212/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยของศาลต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่คู่ความยกขึ้นอ้างและต่อสู้กันในประเด็นแห่งคดีเท่านั้น การวินิจฉัยนอกประเด็นที่คู่ความมิได้ยกขึ้นต่อสู้กันย่อมไม่ผูกพันคู่ความ.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นทายาทเพียงผู้เดียวที่มีสิทธิได้รับ ที่ดินมรดกของ ฉ. จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่า จำเลยเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของ ฉ. หรือมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมในที่ดิน นั้น ทั้งตามคำสั่งศาลในคดีก่อนที่ให้ตั้งโจทก์กับจำเลยเป็น ผู้จัดการมรดกของ ฉ.ร่วมกันก็มิได้วินิจฉัยว่า จำเลยเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของ ฉ.หรือมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินดังกล่าว ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยมีส่วนได้เสีย ในที่ดินมรดก จึงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งใน ที่ดิน ตามส่วนนั้น จึงเป็น การวินิจฉัยนอกประเด็นจากคำฟ้องและคำให้การ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.182 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นน้องของนางฉลอม นิวัตรหรือเนาวภาสเมื่อนางฉลอมถึงแก่ความตาย มีโจทก์เป็นทายาทเพียงผู้เดียวที่มีสิทธิรับมรดกซึ่งเป็นที่ดิน 3 แปลง โจทก์และจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนางฉลอมร่วมกันตามคำสั่งศาล แต่จำเลยไม่ยอมเปลี่ยนชื่อนางฉลอมใน น.ส.3 ของที่ดินมาเป็นชื่อโจทก์ โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์มรดกตกได้แก่จำเลยคนเดียว ขอให้บังคับจำเลยจัดการเปลี่ยนชื่อนางฉลอมใน น.ส.3 เป็นชื่อโจทก์ หากไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า จำเลยเคยติดต่อให้โจทก์มาจัดการมรดกในที่ดินทั้ง 3 แปลง แต่โจทก์ไม่มา โจทก์จึงเป็นฝ่ายไม่ปฏิบัติหน้าที่ของผู้จัดการมรดก ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจัดการเปลี่ยนชื่อนางฉลอมในที่ดินตาม น.ส.3 ทั้ง 3 แปลงเป็นชื่อโจทก์เฉพาะส่วนของโจทก์เท่านั้น หากไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจัดการเปลี่ยนชื่อนางฉลอมในที่ดินตาม น.ส.3 ทั้ง 3 แปลงเป็นชื่อโจทก์ หากไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นทายาทเพียงผู้เดียวของนางฉลอมที่มีสิทธิได้รับมรดกที่ดินทั้งสามแปลงตามฟ้องซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนางฉลอมจำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่าจำเลยเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของนางฉลอมหรือมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าว และตามคำสั่งของศาลชั้นต้นกับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในคดีแพ่งของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 407/2527 ที่ให้ตั้งโจทก์กับจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนางฉลอมร่วมกัน ก็มิได้วินิจฉัยว่าจำเลยเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของนางฉลอม หรือมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินทั้งสามแปลงตามฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ จึงเห็นว่า ตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยมีส่วนได้เสียในที่ดินตามฟ้อง โจทก์จึงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในที่ดินดังกล่าวตามส่วนนั้น เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นจากคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิได้รับมรดกแต่เพียงผู้เดียวตามที่โจทก์ฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2535 นาย บวร นิวัตร โจทก์ นาย ไสวหรือต้น เนาวภาศ ฯ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย บวร นิวัตร · จำเลย - นาย ไสวหรือต้น เนาวภาศ ฯ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พรชัย สมรรถเวช · ก้าน อันนานนท์ · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3219/2534ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4470/2543ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 4484/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา