⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2450/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2450/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมรดกย่อมมีหน้าที่จัดการทรัพย์มรดกแทนทายาท การที่ศาลวินิจฉัยว่าผู้จัดการมรดกได้สิทธิครอบครองทรัพย์มรดกเพราะครอบครองทรัพย์มรดกมาตลอดนั้นเป็นการไม่ชอบ

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งถอนผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกยื่นคำคัดค้าน เมื่อตามคำคัดค้านไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านครอบครองทรัพย์มรดกเพื่อตนเองในฐานะส่วนตัวจึงไม่มีประเด็นว่าผู้คัดค้านครอบครองทรัพย์มรดกเพื่อตนเองหรือไม่ ต้องถือว่าผู้คัดค้านยึดถือครอบครองมรดกไว้แทนทายาทของเจ้ามรดก การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกทั้งหมดตลอดมา ย่อมได้สิทธิครอบครองที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดก จึงเป็นการไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1727

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางแอ่น ทรายคำ เป็นผู้จัดการมรดกของนายคำตาล กองกิจ เจ้ามรดก ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องทั้งสามเป็นทายาทของเจ้ามรดก ผู้จัดการมรดกได้เบียดบังยักยอกทรัพย์มรดก และไม่จัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทตามกฎหมาย ขอให้ถอนผู้จัดการมรดก แล้วตั้งผู้ร้องทั้งสามเป็นผู้จัดการมรดกแทน ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องทั้งสามไม่ใช่ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก ไม่มีความสามารถและไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านเพิ่งจะเป็นผู้จัดการมรดก การจัดการมรดกยังอยู่ในระหว่างรวบรวมทรัพย์มรดกและสืบเสาะหาทายาทผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก การกระทำของผู้ร้องทั้งสามเป็นการขัดขวางการจัดการทรัพย์มรดกขอให้ยกคำร้อง ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องที่ ๓ ขอถอนคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานผู้ร้องได้ ๔ ปาก แล้วเห็นว่า คดีพอจะวินิจฉัยได้ จึงมีคำสั่งงดสืบพยานผู้ร้องที่เหลือและพยานผู้คัดค้านแล้ววินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกเฉพาะทรัพย์มรดกที่เป็นที่ดินที่ยังไม่มีโฉนดจำนวน ๘ แปลง ได้ความจากพยานผู้ร้องเองว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกทั้งหมดตลอดมา ผู้คัดค้านย่อมได้สิทธิครอบครองที่ดินทั้ง ๘ แปลง ดังกล่าวข้างต้น ผู้ร้องที่ ๑ที่ ๒ และทายาทอื่นไปขอแบ่งมรดกหลายครั้งแต่ผู้คัดค้านไม่ยอมแบ่งให้ ย่อมแสดงเจตนาให้เห็นว่าผู้คัดค้านมิได้ครอบครองทรัพย์มรดกทั้งหมดแทนทายาทอื่นด้วย เมื่อผู้ร้องที่ ๑ และที่ ๒ มิได้ฟ้องเพื่อเอาคืนซึ่งสิทธิครอบครองภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่ถูกแย่งการครอบครอง ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ และทายาทอื่นย่อมหมดสิทธิในที่ดินทรัพย์มรดกทั้ง ๘ แปลงนั้น จึงไม่ถือว่าผู้ร้องที่ ๑ และที่ ๒ เป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกที่ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดก ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องที่ ๑ และที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ผู้ร้องที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องที่ ๑ และที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งถอนผู้จัดการมรดกและตั้งผู้ร้องที่ ๑ และที่ ๒ เป็นผู้จัดการมรดกแทน ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องที่ ๑และที่ ๒ ไม่ใช่ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก ไม่มีความสามารถและไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้จัดการมรดก ตามคำคัดค้านไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านครอบครองทรัพย์มรดกเพื่อตนเองในฐานะส่วนตัวแต่อย่างใด เมื่อผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล การที่ผู้คัดค้านยึดถือครอบครองทรัพย์มรดกจึงเป็นการยึดถือครอบครองไว้เพื่อแบ่งปันให้แก่ทายาทของเจ้ามรดก ตราบใดที่การจัดการมรดกยังไม่เสร็จสิ้น ต้องถือว่าผู้จัดการมรดกยึดถือครอบครองทรัพย์มรดกไว้แทนทายาทของเจ้ามรดก หาใช่เป็นการยึดถือทรัพย์มรดกไว้เป็นของตนเองในฐานะส่วนตัวไม่ คดีคงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่า ผู้ร้องที่ ๒ เป็นทายาทผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดกหรือไม่และมีเหตุสมควรถอนผู้คัดค้านจากการเป็นผู้จัดการมรดกแล้วตั้งผู้ร้องที่ ๒ เป็นผู้จัดการมรดกแทนตามคำร้องหรือไม่ ซึ่งในประเด็นดังกล่าวจะต้องวินิจฉัยจากพยานหลักฐานที่ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ และผู้คัดค้านนำสืบ การที่ศาลชั้นต้นด่วนตัดพยานผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ และพยานผู้คัดค้านแล้วมีคำสั่งดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณา กรณีมีเหตุสมควรให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ และพยานผู้คัดค้านต่อไปแล้วมีคำสั่งใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๓ (๒) ประกอบด้วยมาตรา ๒๔๗ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ และคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ และพยานผู้คัดค้านให้เสร็จสิ้นกระแสความแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2450/2535 นางจ๋อย กองกิจ กับพวก ผู้ร้อง นางแอ่น ทรายคำ ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางจ๋อย กองกิจ กับพวก · ผู้คัดค้าน - นางแอ่น ทรายคำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สะสม สิริเจริญสุข · บุญส่ง วรรณกลาง · ประพัฒน์ อุชุภาพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพะเยา - นางสาววยุรี อุดมสิน · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายปราโมทย์ ชพานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8735/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 2520/2544ฎีกา 72/2505ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2898/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1746/2511ฎีกา 3827/2542ฎีกา 674/2549ฎีกา 759/2519ฎีกา 5285/2537ฎีกา 8087/2543ฎีกา 582/2510ฎีกา 1601/2529ฎีกา 486/2492ฎีกา 3810/2545ฎีกา 8727/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา