⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2564/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแผ้วถางหรือยึดถือหรือครอบครองป่าอันจะเข้าข้อยกเว้นความผิดตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 วรรคแรก จะต้องเป็นการกระทำภายในเขตที่ได้จำแนกไว้เป็นประเภทเกษตรกรรมและรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

การแผ้วถางหรือยึดถือหรือครอบครองป่าอันจะเข้าข้อยกเว้นความผิด ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 วรรคแรกจะต้องเป็นกรณีที่กระทำภายในเขตที่ได้จำแนกไว้เป็นประเภทเกษตรกรรมและรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือโดย ได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เท่านั้น ที่เกิดเหตุอยู่ในเขตป่าจำแนกซึ่งทางราชการกันไว้สำหรับจัดเป็นที่ทำกินสำหรับประชาชนในภายหน้า แต่ปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว จึงเป็นป่าจำแนกซึ่งยังมิได้จำแนกไว้เป็นประเภทเกษตรกรรมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังมิได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจำเลยมิได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เข้าแผ้วถางหรือยึดถือหรือครอบครองป่าที่เกิดเหตุ จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54,72 ตรี วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.54

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยนี้กับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกันแผ้วถาง ก่น สร้าง ทำลายป่าและเข้าไปยึดถือครอบครองป่าซึ่งอยู่ติดกับป่าสงวนแห่งชาติ "ป่าสัน ทราย" บริเวณระหว่างหลักเขตป่าสงวนแห่งชาติ 168-171 และ 182-183 หมู่ที่ 2ตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจำนวนเนื้อที่15 ไร่เศษ แปลงหนึ่ง และจำนวนเนื้อที่ 4 ไร่เศษ อีกแปลงหนึ่งโดย จำเลยกับพวกได้เข้าไปใช้รถแทรกเตอร์ไถ โค่น ล้มต้นไม้ ในบริเวณพื้นที่ป่าดังกล่าว ทั้งนี้โดย จำเลยกับพวกมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และไม่ได้รับยกเว้นใด ๆ ตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4, 54, 55, 72 ตรีพระราชบัญญัติ ป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2518 มาตรา 22พระราชบัญญัติ ป่าไม้ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2522 มาตรา 7ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และขอให้นับโทษจำเลยต่อเนื่องกันและให้จำเลยพร้อมบริวารจำเลยออกจากป่าที่ยึดถือครอบครองด้วย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2482 (ที่ถูกคือพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484) มาตรา 4,54, 72 ตรี พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2518 มาตรา 22พระราชบัญญัติ ป่าไม้ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2522 มาตรา 7 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 6 เดือนรวมจำคุก 12 เดือน ให้จำเลยและบริวารออกจากป่าที่ยึดถือครอบครองด้วย จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าที่เกิดเหตุอยู่ในเขตป่าจำแนกอยู่ระหว่างหลักเขตป่าสงวนแห่งชาติหลักเขตที่ 168-171 และหลักเขตที่ 182-283 ตามสำเนาแผนที่ท้ายสำเนาหนังสือเรื่องชี้แจงความหมายของคำว่า "ป่าจำแนก" ของสำนักงานป่าไม้เขตเชียงใหม่ เอกสารหมาย จ.2 ประมาณปลายเดือนมกราคม 2532มีคนร้ายใช้รถแทรกเตอร์ขุดไถที่ดินที่เกิดเหตุจำนวน 15 ไร่และ 4 ไร่เศษ ตามลำดับ... ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าป่าที่เกิดเหตุเป็นป่าหมดสภาพไม่ใช่ป่าสงวนทางราชการได้จัดเป็นพื้นที่ให้ประชาชนทำกินตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 54 นั้น เห็นว่า การแผ้วถางหรือยึดถือหรือครอบครองป่าอันจะเข้าข้อยกเว้นความผิด ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 54 วรรคแรก จะต้องเป็นกรณีที่กระทำภายในเขตที่ได้จำแนกไว้เป็นประเภทเกษตรกรรม และรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาหรือโดย ได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เท่านั้น ได้ความจากคำเบิกความของนายบุญส่ง เวียงแก้ว ป่าไม้อำเภอสันทรายว่า บริเวณที่เกิดเหตุทั้งสองแปลงอยู่ในเขตป่าจำแนกนอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ "ป่าสัน ทราย" ตามสำเนาแผนที่แสดงเขตป่าจำแนกเอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 6 บริเวณดังกล่าว ทางราชการกันไว้สำหรับจัดเป็นที่ทำกินสำหรับประชาชนในภายหน้า แต่ปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ผู้ใดจะเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวไม่ได้ ซึ่งจำเลยมิได้นำสืบโต้แย้งทั้งอุทธรณ์และฎีกาของจำเลยก็อ้างแต่เพียงว่าป่าดังกล่าวทางราชการได้มีการจัดส่วนพื้นที่ไว้ให้ประชาชนเข้าทำกินแล้ว แต่ทางการยังมิได้จัดราษฎรเข้าทำกินเท่านั้นโดย ไม่มีหลักฐานใด ๆ สนับสนุน ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่เกิดเหตุทั้งสองแปลงเป็นป่าจำแนกซึ่งยังมิได้จำแนกไว้เป็นประเภทเกษตรกรรมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังมิได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจำเลยมิได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เข้าแผ้วถางหรือครอบครองป่าที่เกิดเหตุทั้งสองแปลงจำเลยจึงต้องมีความผิดตามฟ้อง ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 72 ตรี โดย มิได้ระบุไว้ว่าเป็นความผิดวรรคใดนั้นเห็นสมควรระบุให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 72 ตรี วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2535 อัยการ เชียงใหม่ โจทก์ นาย ศรีนวล ชมชื่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ เชียงใหม่ · จำเลย - นาย ศรีนวล ชมชื่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3646/2565ฎีกา 339/2519ฎีกา 8403/2554ฎีกา 2402/2534ฎีกา 2311/2565ฎีกา 3338/2554ฎีกา 606/2506ฎีกา 1911/2546ฎีกา 6163/2548ฎีกา 871/2506ฎีกา 2194/2538ฎีกา 5206/2559ฎีกา 7713/2554ฎีกา 207/2509ฎีกา 908/2568ฎีกา 7775/2540ฎีกา 185-195/2511ฎีกา 599/2567ฎีกา 1536-1540/2515ฎีกา 1486/2520ฎีกา 6213/2551ฎีกา 896/2525ฎีกา 2498/2531ฎีกา 1220/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา