⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1486/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1486/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างว่ากระทำการโดยสุจริตใจตามหนังสือของทางราชการ จะต้องพิสูจน์ได้ว่าจำเลยทราบข้อความตามหนังสือและเชื่อโดยสุจริตใจว่าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดก่อนเกิดเหตุการณ์.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติ และอ้างว่ามีหนังสือของนายกรัฐมนตรีที่สั่งให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเรื่องราษฎรเข้าทำกินในที่ป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้จำเลยหลุดพ้นจากการกระทำผิด เมื่อจำเลยทราบข้อความตามหนังสือของนายกรัฐมนตรีหลังที่เกิดเหตุคดีนี้แล้ว จำเลยจึงไม่อาจอ้างได้ว่าจำเลยเชื่อโดยสุจริตใจตามหนังสือฉบับนั้นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด การที่หนังสือดังกล่าวไม่ให้เอาผิดราษฎรที่เข้าทำไร่นาในป่าสงวนอยู่ก่อนแล้ว และถ้าถูกเจ้าหน้าที่จับกุมคุมขังไว้ก็ให้ปล่อยตัวไปนั้น เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร จำเลยจึงมีความผิดฐานร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยฎีกาว่า ถ้าศาลฎีกาจะลงโทษจำเลยก็ขอให้รอการลงโทษนั้น เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.2 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.14 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.31 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.54

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟองว่า จำเลยได้บังอาจร่วมกันเข้ายึดถือครอบครองที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติ "ป่าห้วยขมิ้น พุน้ำร้อน หนองหญ้าไพร" หมู่ที่ ๔ ตำบลด่านช้าง กิ่งอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี อันเป็นป่าสงวนแห่งชาติซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรได้ออกกฏกระทรวงกำหนดป่าสงวนแห่งชาติแล้ว จำเลยบังอาจก่นสร้างแผ้วถางและเผาป่าเพื่อปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนและทำไร่ เป็นเหตุให้ต้นไม้และของป่าถูกทำลาย ทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยจำเลยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ มาตรา ๑๔,๓๑ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๕๔, ๗๒ ตรี พระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๒๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ฯลฯ จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ มาตรา ๑๔ ประกอบด้วยมาตรา ๓๑ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๕๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๒๒ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ ตรี แต่ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๑๔ ประกอบด้วยมาตรา ๓๑ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๐ จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๖ เดือน ฯลฯ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ โจกท์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสี่กระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาแก้ เป็นว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ มาตรา ๑๔,๓๑ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๕๔, ๗๒ ตรี พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๖ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๒๒ แต่ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ มาตรา ๑๔, ๓๑ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้จำคุกจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ คนละ ๓ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า หนังสือของนายกรัฐมนตรีที่สั่งให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเรื่องราษฎรเข้าทำกินในที่ป่าสงวนแห่งชาติย่อมทำให้จำเลยหลุดพ้นจากการกระทำผิด ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยได้ทราบข้อความตามหนังสือดังกล่าวหลังที่เกิดเหตุคดีนี้แล้ว จำเลยจึงไม่อาจอ้างได้ว่าจำเลยเชื่อโดยสุจริตใจตามหนังสือฉบับนั้นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด การที่หนังสือดังกล่าวไม่ให้เอาผิดราษฎรที่เข้าทำไร่นาป่าสงวนอยู่ก่อนแล้วและถูกเจ้าหน้าที่จับกุมคุมขังไว้ก็ให้ปล่อยตัวไปนั้น เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร ฯลฯ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ถ้าศาลฎีกาจะลงโทษจำเลย ก็ขอให้รอการลงโทษนั้น เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1486/2520 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นายทวีหรือทวีศักดิ์ ศิลป์ประกอบ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · ล. - นายทวีหรือทวีศักดิ์ ศิลป์ประกอบ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · สุมิตร พักทองพรรณ · ถนัด ลีลากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายสุคนธ์ อ่อนจันทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 3646/2565ฎีกา 1656/2512ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 19406/2555ฎีกา 10648/2554ฎีกา 1124/2496ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1638/2492ฎีกา 664/2520ฎีกา 6416/2541ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1797/2522ฎีกา 1499/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 540/2485ฎีกา 149/2521ฎีกา 2379/2565ฎีกา 472/2539ฎีกา 4541/2550ฎีกา 3107/2533ฎีกา 2772/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา