คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 339/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นเพียงผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ไม่ใช่ผู้ใช้ให้กระทำความผิด
หากโจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้ครบองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย จะลงโทษจำเลยตามกฎหมายนั้นไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยตัดฟันไม้ แผ้วถางป่า ฯลฯ แต่ทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ดังนี้ จะลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้ใช้ไม่ได้ คงลงโทษได้เพียงเป็นผู้สนับสนุน
เมื่อโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ มาตรา 11 ก็จะลงโทษจำเลยตามมาตรานี้ตามคำขอท้ายฟ้องไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ม.11 ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.9 ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 ม.17 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ม.11 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ม.16 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ม.17 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2525 ม.14 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.11 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.16 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.17 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.54 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.73 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจบุกรุกเข้าตัดฟันไม้ แผ้วถาง ก่นสร้าง เผาป่า ทำลายไม้เบญจพรรณ ซึ่งไม่อาจแยกชนิดและคำนวณปริมาตรได้ แล้วเข้ายึดถือครอบครองที่ดินอันเป็นป่าโครงการของรัฐ เนื้อที่ ๑๙๐ ไร่ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๑๑, ๕๔, ๕๕, ๗๒ ตรี, ๗๓, ๗๔ ; (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๔, ๑๗ ; (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๑, ๑๖, ๑๗ พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๔ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๙, ๑๐๘, ๑๐๘ ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ พ.ศ. ๒๕๑๕ ข้อ ๑๑ และสั่งให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถางยึดถือครอบครองนั้น
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๗๒ ตรี ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุกจำเลย ๑ ปี และให้ออกจากป่าที่แผ้วถางครอบครองนั้นด้วย ให้ยกคำขอของโจทก์ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๗๔
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยไม่ได้จ้างนายคำกับพวกไปถางป่าในที่เกิดเหตุ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่า ที่เกิดเหตุเป็นป่าโครงการ จำเลยมิได้โต้เถียงในข้อนี้ ฟังได้ว่าที่เกิดเหตุเป็นป่าโครงการของรัฐตามฟ้อง และฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยจ้างนายคำให้ไปทำงานในที่เกิดเหตุ แล้ววินิจฉัยว่า โดยเหตุที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นตัวการ เมื่อฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ก็จะลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้ใช้ไม่ได้ ต้องลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด และเมื่อโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๑๑ ก็จะลงโทษจำเลยตามมาตรานี้ตามคำขอท้ายฟ้องไม่ได้ด้วย
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๕๔, ๗๒ ตรี พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๔ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๑, ๑๖ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๙, ๑๐๘ ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ พ.ศ. ๒๕๑๕ ข้อ ๑๑ ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๗๒ ตรี ซึ่งเป็นบทที่โทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ประกอบด้วยมาตรา ๘๖ ให้จำคุกจำเลย ๘ เดือน ปรับ ๔,๐๐๐ บาท แต่เห็นเป็นการสมควรให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้ภายในระยะเวลาสามปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ และให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถางครอบครองด้วย นอกจากที่แก้นี้แล้วให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 339/2519
พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์
นายวิโรจน์ จารุพงษ์ธวิช ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · ล. - นายวิโรจน์ จารุพงษ์ธวิช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ · ไพโรจน์ ไวกาสี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสถิตย์ ไพเราะ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสาท บุณยรังษี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา