คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2731/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่รถเฉี่ยวชนผู้ตายในระยะกระชั้นชิดอันเนื่องมาจากมีรถคันอื่นบังผู้ตายไว้ ทำให้จำเลยไม่สามารถหลบหลีกหรือหยุดรถได้ทันท่วงที ถือเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่ความประมาทของจำเลย
ย่อคำพิพากษา
ขณะเกิดเหตุจำเลยลดความเร็วของรถลงเหลือประมาณ 25-30กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพราะเห็นว่าเป็นทางร่วมทางแยกและเห็นผู้ตายยืนอยู่บนถนนด้วย เหตุที่รถของจำเลยเฉี่ยวจำเลยเป็นเพราะขณะนั้นจำเลยมองไม่เห็นผู้ตาย เนื่องจากมีรถตู้ขับคู่มากับรถของจำเลยทางช่องทางที่ 3 ทางขวามือบังผู้ตายไว้ เมื่อผู้ตายหลบรถตู้คันดังกล่าวมาทางรถของจำเลยในระยะกระชั้นชิด จำเลยจึงห้ามล้อกะทันหัน แต่รถไม่หยุดในทันที และเฉี่ยวผู้ตายทางขวาของรถเป็นเหตุให้ผู้ตายล้มลง พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่เป็นเพราะความประมาทของจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 32, 43(4), 70, 148,157, 162 และขอให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยด้วย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 32, 43(4), 70, 148, 157 และมาตรา 162 อันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ประกอบด้วยมาตรา 90 อันมีโทษหนักที่สุดเป็นให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี และให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของจำเลยเสียด้วย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยลดความเร็วของรถลงเหลือประมาณ 25-30 กิโลเมตร ต่อชั่วโมงเพราะเห็นว่าเป็นทางร่วมทางแยกและเห็นผู้ตายยืนอยู่บนถนนด้วย จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ เหตุที่รถของจำเลยเฉี่ยวผู้ตาย เป็นเพราะขณะนั้นจำเลยมองไม่เห็นผู้ตาย เนื่องจากมีรถตู้ขับคู่มากับรถของจำเลยทางช่องทางที่ 3 ทางขวามือบังผู้ตายไว้เมื่อผู้ตายหลบรถตู้คันดังกล่าวมาทางรถของจำเลยในระยะกระชั้นชิดจำเลยจึงห้ามล้อกะทันหันแต่รถไม่หยุดในทันทีและเฉี่ยวผู้ตายทางขวาของรถ เป็นเหตุให้ผู้ตายล้มลง พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่เป็นเพราะความประมาทของจำเลยตามฟ้อง เพราะร้อยตำรวจเอกวินัย สุขรัศมี เบิกความยืนยันอยู่ว่า รถยนต์ที่แล่นมาด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าห้ามล้อให้รถหยุดกะทันหัน รถจะไม่หยุดทันทีต้องเคลื่อนไปอีกประมาณ 5 เมตร จำเลยจึงไม่มีความผิดตามฟ้อง
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2731/2535
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นาย แสวง ตะโก เมือง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย แสวง ตะโก เมือง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมมาตร พรหมานุกูล · อัครวิทย์ สุมาวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา