⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2904/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2904/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับประกันภัยค้ำจุนมีอายุความ 2 ปี นับแต่วันเกิดวินาศภัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 882 วรรคแรก การเรียกผู้รับประกันภัยเข้ามาเป็นจำเลยร่วมถือเป็นการฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องให้ผู้รับประกันภัยใช้ค่าทดแทนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57(3) และ ป.พ.พ. มาตรา 173.

ย่อคำพิพากษา

การฟ้องให้ผู้รับประกันภัยค้ำจุนรับผิดมีอายุความ 2 ปี นับแต่วันเกิดวินาศภัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 882 วรรคแรก หาใช่นำอายุความในมูลละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 มาใช้ไม่ การยื่นคำร้องขอให้เรียกผู้รับประกันภัยเข้ามาเป็นจำเลยร่วมถือได้ว่าเป็นการฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องให้ผู้รับประกันภัยใช้ค่าทดแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 173 และป.วิ.พ. มาตรา 57(3).

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.173 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.882

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์โดยสารคันหมายเลขทะเบียน10-1000 เชียงราย จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80-8307 นครปฐม ได้นำเข้าร่วมกิจการขนส่งกับจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2524 นายจำเริญ ใจพิจิตรลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 1 ในทางการที่จ้างแล่นไปตามถนนสายเชียงใหม่ - ลำปางมุ่งหน้าไปทางจังหวัดลำปางเมื่อถึงบริเวณหลักสถานีตำรวจภูธรอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นทางโค้งลงเขาลาดชัน ได้ขับด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังใช้ความเร็วสูงและแซงรถคันอื่น ทำให้รถเสียหลักแล่นเข้าชนรถยนต์โดยสารประจำทางของโจทก์ ซึ่งแล่นสวนทางมา เป็นเหตุให้นายจำเริญตายและรถยนต์โดยสารของโจทก์เสียหายหลายรายการต้องซ่อมแซมตัวถังรถและเปลี่ยนอะไหล่ เสียค่าใช้จ่ายในการนำรถไปซ่อม และค่าน้ำมันรถ รวมเป็นเงิน 543,150 บาท ค่าขาดประโยชน์ที่ต้องนำรถไปซ่อม 37 วัน เป็นเงิน 97,532 บาท รวมเสียหาย 640,682 บาทขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 640,682 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างยื่นคำให้การใจความว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมโจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์โดยสารคันหมายเลขทะเบียน10-1000 เชียงรายไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80-8307 นครปฐม แต่ได้ให้นายสังวาลสุขแย้ม เช่าซื้อ จำเลยที่ 1 มิได้เกี่ยวข้องและไม่ได้ร่วมกิจการกับจำเลยที่ 2 นายจำเริญผู้ขับรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 เหตุรถชนกันเกิดจากความประมาทของคนขับรถของโจทก์ ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกมีจำนวนสูงเกินความจริงขอให้ยกฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกนายสังวาล สุขแย้ม เข้ามาเป็นจำเลยร่วมศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและเรียกว่าจำเลยร่วมที่ 1 จำเลยร่วมที่ 1 ให้การว่า ได้เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80-8307 นครปฐม จากจำเลยที่ 1 จริง และได้นำรถคันดังกล่าวไปประกันภัยค้ำจุนไว้กับบริษัทพิทัทธ์ประกันภัย จำกัด โจทก์ชอบที่จะฟ้องผู้รับประกันภัยให้รับผิดหรือร่วมรับผิด และขณะเกิดเหตุ จำเลยร่วมที่ 1 ได้นำรถคันดังกล่าวเข้าร่วมกิจการขนส่งกับห้างหุ้นส่วนจำกัดนิ่มซี่เส็งขนส่ง มีนายจำเริญเป็นผู้ขับรถยนต์โจทก์ชอบที่จะฟ้องห้างหุ้นส่วนดังกล่าว ซึ่งเป็นนายจ้างของนายจำเริญให้รับผิดไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยร่วม และไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยร่วมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ในคดีนี้ โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์โดยสารคันที่เสียหาย นายจำเริญมิได้ขับรถโดยประมาทเหตุที่รถชนกันเกิดเพราะความประมาทของคนขับรถยนต์โดยสารคันที่เสียหาย ค่าเสียหายมีจำนวนไม่เกิน 20,000 บาท โจทก์เรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีเกิน 1 ปี คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยร่วมที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เรียก บริษัทพิพัทธ์ประกันภัยจำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัดนิ่มซี่เส็ง เข้ามาเป็นจำเลยร่วมศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและเรียกว่า จำเลยร่วมที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ จำเลยร่วมที่ 2 และที่ 3 แยกกันให้การใจความว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนายจำเริญมิใช่ลูกจ้างของจำเลยร่วมที่ 1 เหตุรถชนกันมิได้เกิดจากความประมาทของนายจำเริญ แต่เกิดจากความประมาทของผู้ขับรถยนต์โดยสาร โจทก์มิได้เสียหายเท่าฟ้อง จำเลยร่วมที่ 2ผู้รับประกันภัยต้องรับผิดในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท จำเลยร่วมที่ 1 และที่ 2 ถูกเรียกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมเกิน 1 ปีนับแต่เกิดเหตุละเมิด คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมทั้งสามร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์โดยจำเลยร่วมที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันรับผิดใช้เงินจำนวน 135,000 บาทจำเลยร่วมที่ 2 ร่วมรับผิดใช้เงินจำนวน 100,000 บาท กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 จำเลยร่วมที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยร่วมที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว สำหรับประเด็นข้อแรกว่าคดีเฉพาะจำเลยร่วมที่ 2 ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยร่วมที่ 2ฎีกาอ้างว่าจะต้องใช้อายุความละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 448 เมื่อจำเลยร่วมที่ 1 เรียกจำเลยร่วมที่ 2 เข้ามาในคดีเกินกว่า 1 ปี นับแต่วันทำละเมิดและวันที่รู้ตัวผู้ซึ่งต้องรับผิดจึงขาดอายุความนั้น เห็นว่าจำเลยร่วมที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ที่ชนรถยนต์ของโจทก์ การฟ้องให้จำเลยร่วมที่ 2รับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 887 วรรคสอง มีอายุความ 2 ปี นับแต่วันที่เกิดวินาศภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882 วรรคแรก จึงนำอายุความในมูลละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 มาใช้ไม่ได้ เมื่อเกิดเหตุรถยนต์ของจำเลยร่วมที่ 1 ชนรถยนต์ของโจทก์วันที่ 28 ตุลาคม 2524 จำเลยร่วมที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เรียกจำเลยร่วมที่ 2 เข้ามาเป็นจำเลยร่วมเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2526ปรากฏตามคำร้องในสำนวนอันดับที่ 62/1 ลงวันที่ดังกล่าวแล้วถือได้ว่าเป็นการฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องให้จำเลยร่วมที่ 2 ใช้ค่าทดแทนตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (3) และอยู่ภายในระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันเกิดวินาศภัย คดีของโจทก์เกี่ยวกับจำเลยร่วมที่ 2 จึงไม่ขาดอายุความ..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2904/2535 บริษัท ชัย พัฒนา ขนส่ง เชียงใหม่ จำกัด โจทก์ บริษัท ปฐมยนตรกาญจน์ จำกัด กับพวก จำเลย จำเลยร่วม จำเลย นาย สังวาล สุข แย้ม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ชัย พัฒนา ขนส่ง เชียงใหม่ จำกัด · จำเลย - บริษัท ปฐมยนตรกาญจน์ จำกัด กับพวก · จำเลย - จำเลยร่วม · จำเลย - นาย สังวาล สุข แย้ม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประจักษ์ พุทธิสมบัติ · ปรีชา ธนานันท์ · สมาน เวทวินิจ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 988/2485ฎีกา 707/2507ฎีกา 4300/2543ฎีกา 609/2526ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 2685/2536ฎีกา 5095/2556ฎีกา 6560/2555ฎีกา 943/2513ฎีกา 224/2524ฎีกา 602/2488ฎีกา 1627/2505ฎีกา 8119/2540ฎีกา 4258/2541ฎีกา 2962/2543ฎีกา 573/2500ฎีกา 7231/2538ฎีกา 192/2485ฎีกา 4541/2550ฎีกา 2425/2538ฎีกา 10930/2554ฎีกา 4085/2559ฎีกา 2491-2493/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ