คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3149/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจแสดงข้อความอันเป็นเท็จและทำให้โจทก์หลงเชื่อมอบทรัพย์สินให้ ถือว่าครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง แม้จะมิได้ใช้คำว่า "โดยทุจริต" โดยตรงก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อโจทก์ โจทก์หลงเชื่อจึงมอบเงินให้จำเลยไป แม้ฟ้องโจทก์จะมิได้ระบุคำว่า "โดยทุจริต" ไว้ก็ตาม แต่คำว่า"บังอาจ" กับข้อความที่ว่า "โจทก์หลงเชื่อจึงมอบเงินให้จำเลยไป" ประกอบกันก็บ่งอยู่แล้วว่าจำเลยกระทำโดยทุจริต ฟ้องโจทก์จึงครบองค์ความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - จ่าสิบตำรวจประมวล บุญเรือง · จำเลย - นายศักดิ์ศรี ขันทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร · สนัด หมายสวัสดิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงเชียงใหม่ - นายพงษ์รัตน์ เครือกลิ่น · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายสายันต์ สุรสมภพ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา