คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3222/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การฟ้องคดีที่ระบุข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างที่เป็นหลักแห่งข้อหาอย่างชัดเจน ถือว่าฟ้องไม่เคลือบคลุม แม้รายละเอียดบางประการจะไม่ได้ระบุไว้ในฟ้องก็ตาม
* หนี้ที่เกิดจากการกู้ยืมเงินโดยมิได้กำหนดเวลาชำระคืนไว้ มีอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่กู้ยืม
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องโจทก์บรรยายว่า โจทก์ประกอบกิจการค้าข้าว และจำเลยประกอบกิจการโรงสีข้าวมีธุรกิจการค้าต่อกัน จำเลยได้ยืมเงินโจทก์จำนวน 362,729.50 บาท ตามหลักฐานการกู้ยืมท้ายฟ้อง โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยไม่ชำระ จำเลยจึงต้องรับผิดชำระเงินให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยเป็นคำฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยว่า เหตุใดโจทก์จึงยอมให้จำเลยกู้เงินจำนวนดังกล่าวโดยมิได้กำหนดเวลาชำระเงินคืน และเหตุใดจึงมิได้กำหนดดอกเบี้ยไว้ ไม่จำต้องบรรยายในฟ้องอย่างใด เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นรายละเอียดนำสืบภายหลังได้ ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
สัญญากู้มิได้กำหนดวันชำระเงินไว้ จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์วันที่ 31 กรกฎาคม2518 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2528 จึงเป็นการฟ้องคดีภายในกำหนด 10 ปี ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินยืมจำนวน ๓๖๒,๗๒๙.๕๐ บาทและดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้กู้ยืมเงินจากโจทก์ตามฟ้อง หลักฐานการยืมเงินที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเอกสารปลอม โดยปลอมวันเดือนปีผิดไปจากความจริง ฟ้องเคลือบคลุมและขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ ๓๖๒,๗๒๙.๕๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ เห็นว่า ฟ้องโจทก์บรรยายว่า โจทก์ประกอบกิจการค้าข้าวและจำเลยประกอบกิจการโรงสีข้าวมีธุรกิจการค้าต่อกันจำเลยได้ยืมเงินโจทก์จำนวน ๓๖๒,๗๒๙.๕๐ บาท ตามหลักฐานการกู้ยืมท้ายฟ้อง โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยไม่ชำระ จำเลยจึงต้องรับผิดชำระเงินให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ย เป็นคำฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยว่า เหตุใดโจทก์จึงยอมให้จำเลยกู้เงินจำนวนดังกล่าวโดยมิได้กำหนดเวลาชำระเงินคืน และเหตุใดจึงมิได้กำหนดดอกเบี้ยไว้ ไม่จำต้องบรรยายในฟ้องอย่างใด เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นรายละเอียดนำสืบภายหลังได้ ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
ปัญหาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความนั้น เห็นว่า ตามหนังสือยืมเงินเอกสารหมาย จ.๒ จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๑๘ โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม๒๕๒๘ จึงเป็นการฟ้องคดีภายในกำหนด ๑๐ ปี ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันให้จำเลยชำระเงิน ๓๖๒,๗๒๙.๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3222/2535
นายวีนุรัตน์ จิตรพึงธรรม โจทก์
นายจิงหนำ แซ่จึง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวีนุรัตน์ จิตรพึงธรรม · จำเลย - นายจิงหนำ แซ่จึง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มงคล สระฏัน · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ราเชนทร์ จัมปาสุต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสมอ อินทรศักดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา