⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3429/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3429/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งครอบครองเอกสารสิทธิของอีกบุคคลหนึ่งโดยไม่มีสิทธิอันชอบธรรม บุคคลผู้เป็นเจ้าของเอกสารสิทธินั้นย่อมมีสิทธิเรียกเอกสารสิทธินั้นคืนได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนด จำเลยเก็บรักษาโฉนดไว้ โจทก์ขอโฉนดคืนจากจำเลย จำเลยไม่ยอมคืนให้ ขอให้บังคับจำเลยคืนโฉนดให้โจทก์ ดังนี้ เมื่อโฉนดมีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ซึ่งจากข้อความที่ระบุในโฉนดได้ความว่า ทางราชการออกโฉนดให้ไว้แก่โจทก์ จึงถือได้ว่าโจทก์เป็นเจ้าของโฉนดนั้น ส่วนที่จำเลยให้การว่าที่ดินตามโฉนดเป็นทรัพย์มรดกของบิดาของโจทก์จำเลยตกได้แก่โจทก์จำเลยและทายาทอื่นนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกโฉนดคืนจากจำเลยโดยไม่ได้ขอให้บังคับคดีในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินตามโฉนด และจำเลยก็ไม่ได้ฟ้องแย้งขอให้บังคับคดีในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินตามโฉนดนั้น คดีไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าที่ดินตามโฉนดเป็นทรัพย์มรดกของบิดาของโจทก์จำเลยตกได้แก่โจทก์จำเลยและทายาทอื่นดังคำให้การของจำเลยหรือไม่ และแม้จะฟังข้อเท็จจริงว่าเป็นดังคำให้การของจำเลย ก็ไม่ทำให้จำเลยมีสิทธิยึดถือเอาโฉนดของโจทก์ไว้ เพราะข้ออ้างดังคำให้การของจำเลยเป็นเพียงเหตุที่ทำให้คู่ความอาจไปใช้สิทธิดำเนินการเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก โจทก์จึงมีสิทธิเรียกโฉนดคืนจากจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า หากจำเลยไม่ยอมคืนโฉนดให้โจทก์ภายในกำหนด7 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งศาล หรือถ้าเป็นการพ้นวิสัยที่จะคืน ขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกโฉนดฉบับเจ้าของที่ดินเดิม แล้วมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดฉบับใหม่แทนให้โจทก์ โดยคิดค่าใช้จ่ายจากจำเลยนั้น โจทก์จะขอให้บังคับคดีดังกล่าวไม่ได้ เพราะเป็นการขอให้บังคับเจ้าพนักงานที่ดินซึ่งเป็นบุคคลนอกคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๕๖๔ พร้อมอาคาร จำเลยเป็นน้องสาวของโจทก์ อาศัยอยู่ในบ้านและที่ดินดังกล่าวของโจทก์ร่วมกับมารดาของโจทก์จำเลยตลอดมา โฉนดที่ดินดังกล่าว โจทก์ได้ฝากมารดาไว้ ต่อมามารดาถึงแก่กรรม จำเลยเก็บรักษาโฉนดที่ดินไว้ ครั้นโจทก์ขอโฉนดที่ดินดังกล่าวของโจทก์คืนจากจำเลย จำเลยไม่ยอมคืนให้ ขอให้บังคับจำเลยคืนโฉนดที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมคืนให้โจทก์ภายในกำหนด ๗ วันนับแต่วันทราบคำสั่งศาลหรือเป็นการพ้นวิสัยที่จะคืน ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ยกเลิกโฉนดฉบับเจ้าของที่ดินเดิม แล้วมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดฉบับใหม่แทนให้โจทก์โดยคิดค่าใช้จ่ายจากจำเลย จำเลยให้การว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๕๖๔ พร้อมอาคาร เป็นของบิดาของโจทก์จำเลย แต่บิดาเป็นบุคคลต่างด้าวจึงซื้อที่ดินดังกล่าวโดยให้ใส่ชื่อโจทก์ไว้ก่อน บิดามารดาพร้อมทั้งโจทก์จำเลยและทายาทได้ครอบครองที่ดินและอาคารนี้ร่วมกันตลอดมา ต่อมาบิดาถึงแก่กรรม โจทก์จำเลยพร้อมมารดาและทายาทก็ได้ครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวอันเป็นมรดกของบิดาร่วมกันมา ครั้นเมื่อมารดาถึงแก่กรรม โจทก์จำเลยและทายาทก็ยังครอบครองที่ดินและอาคารร่วมกันมามิได้แบ่งปันกัน จำเลยได้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้แล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกโฉนดที่ดินพิพาทจากจำเลยเพราะเป็นทรัพย์มรดกของบิดามารดาของโจทก์จำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์กับจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๕๖๔ มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ มีปัญหาที่จะวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิเรียกโฉนดที่ดินคืนจากจำเลยหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าจากข้อความที่ระบุในโฉนดที่ดินได้ความว่าทางราชการออกโฉนดที่ดินดังกล่าวให้ไว้แก่โจทก์ถือได้ว่าโจทก์เป็นเจ้าของโฉนดที่ดินนั้น ส่วนที่จำเลยให้การว่าที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของบิดาของโจทก์จำเลยตกได้แก่โจทก์จำเลยและทายาทอื่นนั้น เห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกโฉนดที่ดินคืนจากจำเลย โดยไม่ได้ขอให้บังคับคดีในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าวและจำเลยก็ไม่ได้ฟ้องแย้งขอให้บังคับคดีในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินตามโฉนดที่ดินนั้น คดีไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าที่ดินตามโฉนดที่ดินเป็นทรัพย์มรดกของบิดาของโจทก์จำเลยตกได้แก่โจทก์จำเลยและทายาทอื่นดังคำให้การของจำเลยหรือไม่ และแม้จะฟังข้อเท็จจริงว่าเป็นดังคำให้การของจำเลย ก็ไม่ทำให้จำเลยมีสิทธิยึดถือเอาโฉนดที่ดินของโจทก์ไว้ เพราะข้ออ้างดังคำให้การของจำเลยดังกล่าวเป็นเพียงเหตุที่ทำให้คู่ความอาจไปใช้สิทธิดำเนินการเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากจากคดีนี้ และด้วยเหตุดังวินิจฉัยแล้ว จึงเห็นว่าโจทก์มีสิทธิเรียกโฉนดที่ดินคืนจากจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๖ แต่ที่โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า หากจำเลยไม่ยอมคืนโฉนดที่ดินให้โจทก์ภายในกำหนด ๗ วัน นับแต่วันทราบคำสั่งศาล หรือถ้าเป็นการพ้นวิสัยที่จะคืน ขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกโฉนดฉบับเจ้าของที่ดินเดิม แล้วมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดฉบับใหม่แทนให้โจทก์โดยคิดค่าใช้จ่ายจากจำเลยนั้น เห็นว่าโจทก์จะขอให้บังคับคดีดังกล่าวไม่ได้ เพราะเป็นการขอให้บังคับเจ้าพนักงานที่ดินซึ่งเป็นบุคคลนอกคดี พิพากษากลับ ให้จำเลยคืนโฉนดที่ดินเลขที่ ๕๕๖๔ ให้โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3429/2535 นายอนันต์ สุอนันต์ประกิจ โจทก์ นางสาวหนุย สุอนันต์ประกิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอนันต์ สุอนันต์ประกิจ · จำเลย - นางสาวหนุย สุอนันต์ประกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พรชัย สมรรถเวช · ยงยุทธ ธารีสาร · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นางเมทินี ชโลธร · ศาลอุทธรณ์ - นายทวิช อนันตรสุชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3099/2524ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3219/2534ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 967/2491ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 8364/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา