⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3445/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3445/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจอดรถยนต์ที่ยางล้อหลังระเบิดไว้ชิดไหล่ทางด้านซ้าย โดยล้อหน้าอยู่ที่ไหล่ทางและล้อหลังด้านขวาอยู่บนถนน พร้อมทั้งวางกิ่งไม้และเปิดสัญญาณไฟกระพริบ ถือเป็นการใช้ความระมัดระวังเพียงพอแล้ว ไม่เป็นการกระทำโดยประมาท

ย่อคำพิพากษา

รถยนต์โดยสารที่จำเลยขับยางล้อหลังระเบิดจำเลยจึงจอดรถยนต์ไว้ชิดไหล่ทางด้านซ้าย ล้อหน้าอยู่ที่ไหล่ทาง ส่วนล้อหลังด้านขวาอยู่บนถนน แล้วจำเลยได้หากิ่งไม้มาวางและเปิดสัญญาณไฟกระพริบ ถือได้ว่าจำเลยใช้ความระมัดระวังเพียงพอแล้ว การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการกระทำโดยประมาท.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291, 300 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่า ตามวันเวลาที่โจทก์ฟ้อง จำเลยขับรถยนต์โดยสารคันหมายเลขทะเบียน 80-6988 อุดรธานีมาถึงที่เกิดเหตุยางล้อหลังระเบิดจำเลยจึงนำรถเข้าจอดข้างทางในเวลาเดียวกัน นายไพบูลย์ นิยม ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนม-0273 ยโสธร มาถึงที่เกิดเหตุ ชนเข้ากับท้ายรถของจำเลยที่จอดไว้เป็นเหตุให้เด็กชายจีรศักดิ์ นิยม ถึงแก่ความตายกับเป็นเหตุให้นายถาวร โปริสา นายบุญยู้ โปริสา และนางรำไพ นิยม ได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัส คดีมีปัญหาว่าการที่จำเลยจอดรถไว้นั้นเป็นการกระทำโดยประมาทและเป็นเหตุให้นายไพบูลย์ขับรถยนต์มาชนหรือไม่ปัญหาดังกล่าวพยานโจทก์คือนายถาวร นายบุญยู้ เบิกความฟังได้ว่าจำเลยได้จอดรถไว้ชิดไหล่ทางด้านซ้ายล้อหน้าอยู่ที่ไหล่ทาง ส่วนล้อหลังด้านขวาอยู่บนถนน แต่ไม่ถึงกับขวางทาง แล้วจำเลยได้หากิ่งไม้มาวางเป็นสัญญาณไว้ด้วย และโดยเฉพาะพันตำรวจตรีชั้น จันทรโพธิ์พันธ์พนักงานสอบสวน เบิกความว่า ได้สอบสวนพยานอื่นที่อยู่ในรถโดยสารก็ให้การว่าจำเลยหากิ่งไม้มาวางไว้และเปิดสัญญาณไฟกระพริบไว้ด้วยซึ่งปรากฏว่าไฟในแบตเตอรี่หมดไม่สามารถติดเครื่องยนต์ได้ สมเหตุผลว่ามีการเปิดไฟกระพริบเป็นสัญญาณไว้จริง พฤติการณ์ของจำเลยที่ได้ความจากพยานโจทก์ว่าจำเลยได้หากิ่งไม้มาวางและเปิดสัญญาณไฟกระพริบไว้ ถือได้ว่าจำเลยใช้ความระมัดระวังเพียงพอแล้ว อนึ่ง นายไพบูลย์เบิกความขณะเกิดเหตุ รถบางคันเปิดไฟแล้ว บางคันยังไม่ได้เปิดแสดงว่าขณะเกิดเหตุยังถือไม่ได้ว่าเป็นเวลามือแล้วเหตุรถชนกันจึงมิได้เกิดจากการที่จำเลยจอดไว้ในลักษณะเช่นนั้น การกระทำของจำเลยจึงยังไม่เป็นความผิดตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3445/2535 พนักงานอัยการ จังหวัด อุบลราชธานี โจทก์ นาย อุทิศ โลทัง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด อุบลราชธานี · จำเลย - นาย อุทิศ โลทัง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3172/2526ฎีกา 584-585/2471ฎีกา 2530/2527ฎีกา 4784/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 6581-6582/2556ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 729/2483ฎีกา 979/2501ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 667/2471ฎีกา 2207/2532ฎีกา 484/2479ฎีกา 253/2473ฎีกา 3962/2546ฎีกา 3380/2531ฎีกา 3750/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ