⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3767/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3767/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอนุญาตให้แก้ไขคำฟ้องให้ถูกต้องแล้ว คำฟ้องนั้นย่อมไม่เคลือบคลุมและแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา

ย่อคำพิพากษา

ธนาคารโจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับยอดเงินที่จำเลยที่ 1ค้างชำระคลาดเคลื่อน ซึ่งอาจทำให้จำเลยสับสนได้ แต่โจทก์ก็ได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับยอดหนี้ ให้ถูกต้องและสอดคล้องกับเอกสารท้ายฟ้องและศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตแล้ว ย่อมมีผลให้คำฟ้องของโจทก์ไม่คลาดเคลื่อนและไม่ทำให้จำเลยสับสนอีกต่อไป จึงเป็นฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แล้ว ไม่เคลือบคลุม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์ จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1และยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 กับโจทก์ได้สะพัดทางบัญชีตลอดมานับถึงวันที่ 5 กันยายน 2530 จำเลยที่ 1 เบิกเงินเกินบัญชีเป็นจำนวน 34,532.91 บาท โจทก์คิดดอกเบี้ยนับแต่วันดังกล่าวถึงวันฟ้องเป็นเงิน 851.50 บาท รวมเป็นเงิน 35,384.41 บาทขอบังคับให้จำเลยทั้งสองชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ15 ต่อปี ให้ต้นเงิน 34,532.91 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม เพราะโจทก์ไม่บรรยายว่า จำเลยที่ 1 เป็นหนี้และชำระหนี้ไปแล้วเพียงใดคำฟ้องเกี่ยวกับยอดหนี้สับสน ทั้งยังขัดแย้งกับเอกสารท้ายฟ้องทำให้จำเลยไม่เข้าในคำฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อ 2(ค) ที่ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะโจทก์เป็นธนาคารยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นลูกหนี้ไม่น่าจะทำให้เกิดปัญหาสับสนเกี่ยวกับยอดหนี้นั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับยอดเงินที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระคลาดเคลื่อนอาจทำให้จำเลยทั้งสองสับสนได้ แต่โจทก์ก็ได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับยอดหนี้ดังกล่าวให้ถูกต้องและสอดคล้องกับเอกสารท้ายฟ้องและศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตแล้วย่อมมีผลให้คำฟ้องของโจทก์ไม่คลาดเคลื่อน และไม่ทำให้จำเลยทั้งสองสับสนอีกต่อไป จึงเป็นฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แล้ว ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3767/2535 ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด โจทก์ นาย ธง ชัย ใจยงค์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด · จำเลย - นาย ธง ชัย ใจยงค์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เธียรไท สุนทรนันท · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สนัด หมายสวัสดิ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2383/2536ฎีกา 759/2519ฎีกา 6196/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา