⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3776/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3776/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวอ้างว่าประเทศภาคีแห่งอนุสัญญาให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของประเทศภาคีอื่น ย่อมมีความหมายว่ากฎหมายของประเทศนั้นได้ให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์นั้นแล้ว.

ย่อคำพิพากษา

ในคดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์พ.ศ. 2521 มาตรา 42 นั้น แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องแต่เพียงว่าประเทศไทยและฮ่องกงซึ่งเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษต้องให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของประเทศภาคีอื่น ๆแห่งอนุสัญญาดังกล่าว โดยไม่มีคำว่า "กฎหมาย" อยู่หน้าประเทศก็ตาม การกล่าวว่า ทั้งสองประเทศต่างให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของประเทศภาคีอื่น ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าวก็มีความหมายว่ากฎหมายของทั้งสองประเทศได้ให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์นั้นแล้ว เพราะทุกประเทศต้องปกครองโดยกฎหมาย ฟ้องของโจทก์ในส่วนนี้ชอบแล้ว เมื่อไม่ปรากฏว่าภาพยนตร์วีดีโอที่จำเลยนำออกให้เช่าเสนอให้เช่านั้นเป็นงานที่ทำขึ้นโดยละเมิดสิทธิของผู้อื่น การกระทำของจำเลยจึงหาเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์โดยทางอ้อมตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์มาตรา 27 ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.24 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.27 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.42

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521มาตรา 4, 13, 24, 25, 27, 42, 44, 47, 49 พระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ พ.ศ. 2526 มาตรา3, 4 ให้ของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายค่าปรับที่จำเลยชำระตามคำพิพากษาให้แก่ผู้เสียหายตามกฎหมายกึ่งหนึ่ง จำเลยให้การว่า มีม้วนวีดีโอเทปของกลางไว้เพื่อจำหน่ายหรือให้เช่าจริง แต่จำเลยไม่ได้เป็นผู้ทำซ้ำหรือดัดแปลงหรือนำออกโฆษณา ผู้แจ้งความร้องทุกข์ไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ ภาพยนตร์ในม้วนวีดีโอเทปไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามกฎหมายไทยผู้สร้างสรรค์ภาพยนตร์ดังกล่าวไม่เคยโอนลิขสิทธิ์หรือมอบอำนาจในการดำเนินคดีให้แก่ผู้ใด ระหว่างพิจารณา บริษัทเทเลวิชั่น บรอดแคสท์ จำกัด ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2521 มาตรา 27 ประกอบด้วยมาตรา 44 วรรคสอง ให้จำคุก4 เดือน และปรับ 20,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ตามพฤติการณ์แห่งคดีสมควรรอการลงโทษจำคุกจำเลยสักครั้งให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ถ้าไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30ให้ม้วนวีดีโอเทปของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์และจ่ายค่าปรับที่จำเลยชำระตามคำพิพากษาแก่โจทก์ร่วมกึ่งหนึ่ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ของกลางคืนเจ้าของ โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์โดยทางตรงตามมาตรา 24 และละเมิดลิขสิทธิ์โดยทางอ้อมตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521มาตรา 27 คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ฝ่ายเดียวความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์โดยทางตรงตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 24จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นคดีมีปัญหาว่าฟ้องของโจทก์เฉพาะความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์โดยทางอ้อมชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้สร้างสรรค์ภาพยนตร์ตามฟ้องโดยโจทก์ร่วมได้โฆษณาเผยแพร่ภาพยนตร์ดังกล่าวครั้งแรกในฮ่องกงแล้ว ประเทศไทยและฮ่องกงซึ่งเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษต่างเป็นภาคีในอนุสัญญาแห่งกรุงเบอร์น ค.ศ. 1886 ทั้งสองประเทศต่างให้ความคุ้มครองแก่งานสร้างสรรค์ภาพยนตร์อันเป็นงานมีลิขสิทธิ์ของประเทศภาคีอื่น ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าว ภาพยนตร์ดังกล่าว จึงได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521และ ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ พ.ศ. 2526 ในวันเวลาเกิดเหตุจำเลยโดยรู้อยู่แล้วว่าภาพยนตร์วีดีโอเทปดังกล่าวเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมจำเลยได้บังอาจนำออกให้เช่าและเสนอให้เช่าเพื่อการค้าซึ่งภาพยนตร์วีดีโอเทปดังกล่าวอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นแม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องตามข้อความในพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2521 มาตรา 42 ว่า "ฯลฯ และกฎหมายของประเทศนั้นได้ให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคีอื่น ๆแห่งอนุสัญญาดังกล่าว ฯลฯ" แต่กล่าวในฟ้องเพียงว่า ทั้งประเทศไทยและฮ่องกงซึ่งเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษต่างให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของประเทศภาคีอื่น ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าวโดยไม่มีคำว่า "กฎหมาย" อยู่หน้าประเทศก็ตาม การกล่าวว่าทั้งสองประเทศต่างให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของประเทศภาคีอื่น ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าว ก็มีความหมายว่ากฎหมายของทั้งสองประเทศได้ให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์นั้นแล้วเพราะทุกประเทศต้องปกครองโดยกฎหมาย ฟ้องของโจทก์ในส่วนนี้ถูกต้องแล้ว แต่ที่โจทก์ฟ้องว่าในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยโดยรู้อยู่แล้วว่าภาพยนตร์วีดีโอเทปตามฟ้องเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมได้บังอาจนำเอาภาพยนตร์วีดีโอเทปดังกล่าวออกให้เช่าเสนอให้เช่าแก่ประชาชนทั่วไป เพื่อการค้าอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น โดยไม่ปรากฏว่าภาพยนตร์วีดีโอเทปที่จำเลยนำออกให้เช่า เสนอให้เช่านั้นเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น จำเลยอาจนำเอางานที่ได้ทำขึ้นโดยชอบออกให้เช่าเสนอให้เช่าก็ได้ อันหาใช่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์โดยทางอ้อมตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 27 แต่อย่างไรไม่ฟ้องของโจทก์ไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521มาตรา 27 ดังที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3776/2535 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ บริษัท บรอดแคสท์ จำกัด โจทก์ นาย สม ชาย พิเชษฐพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - บริษัท บรอดแคสท์ จำกัด · จำเลย - นาย สม ชาย พิเชษฐพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพ็ง เพ็งนิติ · บุญส่ง วรรณกลาง · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 2147/2521ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ