⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 580/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 580/2535

ป.วิ.แพ่ง ม.21

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ถือหุ้นมีมติให้กรรมการพ้นจากตำแหน่ง ยังไม่ถือว่ามีผลผูกพันบุคคลภายนอก เว้นแต่จะมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการตามกฎหมายแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ตามคำร้องลงวันที่ 24 ตุลาคม 2534 ของโจทก์ขอให้เพิกถอน คำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้อง อ้างว่า พ.และท. ได้พ้นจากตำแหน่งกรรมการของโจทก์ตามมติของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่8 กรกฎาคม 2534 แต่ตามหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทฯเอกสารท้ายฟ้อง ซึ่งออกเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2534 ปรากฏว่า พ.และท.ยังเป็นกรรมการของโจทก์อยู่ ทั้งในคำร้องของโจทก์ดังกล่าวก็หาได้อ้างว่าได้มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการของ โจทก์ภายหลังจากวันที่ 22 กรกฎาคม 2534 ไม่ เมื่อข้ออ้างตามคำร้อง ของโจทก์ที่ว่า พ.และท. พ้นจากตำแหน่งกรรมการของโจทก์ตั้งแต่วันที่8 กรกฎาคม 2534 ฟังไม่ได้เพราะขัดต่อหนังสือรับรองของ นายทะเบียนเช่นนี้แล้ว ศาลก็ชอบที่จะสั่งยกคำร้องของโจทก์ดังกล่าว เสียได้โดยไม่จำต้องไต่สวนเสียก่อน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยซึ่งเคยเป็นลูกจ้างของโจทก์ให้ส่งมอบรถยนต์ที่โจทก์มอบให้จำเลยใช้ในระหว่างเป็นลูกจ้างของโจทก์คืนให้แก่โจทก์พร้อมค่าเสียหาย จำเลยให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งขอให้โจทก์รับจำเลยกลับเข้าทำงานต่อไป ระหว่างสืบพยานโจทก์โจทก์โดยนายพยัพ ศรีกาญจนาและหม่อมราชวงศ์ทินศักดิ์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ กรรมการได้ยื่นคำร้องลงวันที่ 18 ตุลาคม 2534 ว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป ขอถอนฟ้อง จำเลยรับสำเนาคำฟ้องแล้วไม่คัดค้าน ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 24 ตุลาคม2534 ว่า โจทก์ไม่มีเจตนาถอนฟ้อง นายพยัพและหม่อมราชวงศ์ทินศักดิ์กระทำโดยไม่มีอำนาจเพราะที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นของโจทก์ได้มีมติให้บุคคลทั้งสองพ้นจากตำแหน่งกรรมการของโจทก์ไปแล้ว ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง แล้วดำเนินคดีต่อไป ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "โจทก์อุทธรณ์ข้อแรกว่าคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ ฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2534 ไม่มีผลผูกพันโจทก์ นั้น เห็นว่า ตามหนังสือรับรองของนายทะเบียนสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ที่โจทก์แนบมาท้ายฟ้องปรากฏว่า นายพยัพ ศรีกาญจนา และหม่อมราชวงศ์ทินศักดิ์ ศักดิเดช ภาณุพันธ์เป็นกรรมการของโจทก์ และจำนวนกรรมการที่ลงชื่อผูกพันโจทก์ได้ คือกรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของโจทก์ ดังนั้นคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2534 ซึ่งมีนายพยัพศรีกาญจนา และหม่อมราชวงศ์ทินศักดิ์ ศักดิเดช ภาณุพันธ์ กรรมการของโจทก์สองคนลงลายมือชื่อพร้อมทั้งประทับตราสำคัญของโจทก์จึงมีผลผูกพันโจทก์ อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น โจทก์อุทธรณ์อีกข้อหนึ่งว่า การที่ศาลแรงงานกลางสั่งยกคำร้องลงวันที่ 24 ตุลาคม 2534 ของโจทก์ที่ขอให้ศาลแรงงานกลางเพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องโดยศาลแรงงานกลางไม่ทำการไต่สวนคำร้องเสียก่อนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะในคำร้องของโจทก์ดังกล่าวได้อ้างไว้แล้วว่า ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นของโจทก์ได้มีมติให้นายพยัพและหม่อมราชวงศ์ทินศักดิ์พ้นจากตำแหน่งกรรมการของโจทก์แล้วศาลแรงงานกลางชอบที่จะไต่สวนให้ได้ข้อเท็จจริงดังกล่าวเสียก่อนเห็นว่า ตามคำร้องลงวันที่ 24 ตุลาคม 2534 ของโจทก์อ้างว่า นายพยัพและหม่อมราชวงศ์ทินศักดิ์ได้พ้นจากตำแหน่งกรรมการของโจทก์ตามมติของที่ประชุมใหญ่ ผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2534 แต่ตามหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ซึ่งออกเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2534 ปรากฏว่านายพยัพและหม่อมราชวงศ์ทินศักดิ์ยังเป็นกรรมการของโจทก์อยู่ หาได้พ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2534 ดังโจทก์อ้างไม่ ทั้งในคำร้องของโจทก์ดังกล่าวก็หาได้อ้างว่าได้มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการของโจทก์ภายหลังจากวันที่ 22 กรกฎาคม 2534แต่อย่างใดไม่ เมื่อข้ออ้างตามคำร้องของโจทก์ลงวันที่ 24 ตุลาคม2534 ที่ว่านายพยัพและหม่อมราชวงศ์ทินศักดิ์พ้นจากตำแหน่งกรรมการของโจทก์ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2534 ฟังไม่ได้เพราะขัดต่อหนังสือรับรองของนายทะเบียนตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 เช่นนี้แล้ว ศาลก็ชอบที่จะสั่งยกคำร้องของโจทก์ดังกล่าวเสียได้โดยไม่จำต้องไต่สวนเสียก่อน ดังนั้น ที่ศาลแรงงานกลางสั่งยกคำร้องของโจทก์โดยไม่ทำการไต่สวนก่อนจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 580/2535 บริษัท อา คเนย์ ประกันภัย จำกัด โจทก์ นาย สม ศักดิ์ ทินกร ณ อยุธยา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท อา คเนย์ ประกันภัย จำกัด · จำเลย - นาย สม ศักดิ์ ทินกร ณ อยุธยา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ตัน เวทไว · ชลิต ประไพศาล · ราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3390/2528ฎีกา 3532/2558ฎีกา 1178/2540ฎีกา 10/2540ฎีกา 2844/2543ฎีกา 2170/2535ฎีกา 5101/2550ฎีกา 6296/2545ฎีกา 891/2538ฎีกา 995/2529ฎีกา 3366/2549ฎีกา 7390-7391/2553ฎีกา 2909/2524ฎีกา 2893/2540ฎีกา 2070/2562ฎีกา 3116/2529ฎีกา 2894/2532ฎีกา 9028/2542ฎีกา 12824/2558ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 15036/2558ฎีกา 10217/2551ฎีกา 2522/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ