⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 947/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 947/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องขอให้ศาลเพิกถอนหมายบังคับคดี จะต้องกล่าวอ้างว่าการออกหมายหรือการดำเนินการบังคับคดีนั้นฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง.

ย่อคำพิพากษา

คำร้องขอเพิกถอนหมายบังคับคดี จะต้องกล่าวอ้างว่าศาลได้ออกหมายบังคับคดีฝ่าฝืนหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง หากไม่กล่าวอ้างศาลก็ชอบที่จะยกคำร้องเสียได้โดยไม่จำต้องไต่สวน เพราะถึงจะไต่สวนได้ความตามคำร้อง ศาลก็จะงดการบังคับคดีไว้ตามมาตรา 296 ไม่ได้อยู่แล้ว คำร้องขอให้ศาลไต่สวนคำร้อง และมีคำสั่งเพิกถอนหมายบังคับคดีเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้เมื่อศาลอุทธรณ์กำหนดค่าทนายความเกินอัตราขั้นสูงตามตาราง 6ศาลฎีกากำหนดให้ใหม่ตามที่ถูกต้องได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.150 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีและดอกเบี้ยที่ค้างชำระแก่โจทก์โดยการผ่อนชำระเป็นรายเดือน จำเลยทั้งสามผิดนัด โจทก์จึงขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี และเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงร่วมกันดำเนินโครงการปลูกบ้านขาย และโจทก์ให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้จ่ายเงินเป็นค่าใช้จ่ายไปก่อน โดยยังไม่ต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 จึงมิได้ผิดนัดการชำระหนี้ โจทก์ยังไม่มีสิทธิขอบังคับคดีและขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 3 ขอให้ไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 3 และมีคำสั่งเพิกถอนหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะต้องไต่สวนเพราะมิใช่เหตุที่จะขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีได้ จึงให้ยกคำร้องค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 2,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาข้อแรกว่า ศาลชั้นต้นชอบที่จะไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 3 เสียก่อน นั้น พิเคราะห์แล้วประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคแรก บัญญัติว่าถ้าศาลได้ออกหมายบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะนี้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลภายนอกที่มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินตามหมายบังคับคดีนั้น อาจยื่นคำขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีให้มีคำสั่งให้ยกหรือแก้ไขหมายนั้นเสีย ฯลฯ และวรรคสองบัญญัติว่า ถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะนี้ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายโดยการฝ่าฝืนนั้นแล้วแต่กรณี อาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่ทราบการฝ่าฝืนนั้น ขอให้ศาลมีคำสั่งยกกระบวนวิธีการบังคับคดีทั้งปวงหรือวิธีการบังคับใด ๆ โดยเฉพาะหรือขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการอย่างใด ๆ แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่เห็นสมควร ถ้าคำขอนั้นลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นผู้ยื่น ลูกหนี้ตามคำพิพากษาจะยื่นคำร้องต่อศาลในเวลาเดียวกันนั้น ขอให้มีคำสั่งงดการบังคับคดีไว้ในระหว่างที่ศาลวินิจฉัยชี้ขาดก็ได้... เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 มิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงมีสิทธิที่จะขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีได้ และตามคำร้องของจำเลยที่ 3 หาได้กล่าวอ้างว่าศาลได้ออกหมายบังคับคดีฝ่าฝืนหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะ 2 ว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งอย่างใดไม่ ดังนี้ ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะยกคำร้องของจำเลยที่ 3 เสียได้โดยไม่จำต้องทำการไต่สวนต่อไปเพราะถึงจะไต่สวนได้ความตามคำร้องศาลก็จะงดการบังคับคดีไว้ตามมาตรา296 ที่จำเลยที่ 3 อ้างไม่ได้อยู่แล้ว... จำเลยที่ 3 ฎีกาข้อต่อไปว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดค่าทนายความให้จำเลยที่ 3 ใช้แทนโจทก์สูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด เห็นว่าคดีนี้จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 3และมีคำสั่งเพิกถอนหมายบังคับคดี คดีของจำเลยที่ 3 ในชั้นนี้จึงเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ซึ่งตาราง 6 อัตราค่าทนายความท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งขั้นสูงในศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกากำหนดไว้ไม่เกิน 1,500 บาทศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท เกินอัตราขั้นสูงตามตารางดังกล่าว จึงเป็นการไม่ถูกต้อง..." พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ และชั้นฎีกาศาลละ 1,500 บาท แทนโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 947/2535 ธนาคาร กสิกร ไทย จำกัด โจทก์ นาย นพดล อธิจันทรรัตน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กสิกร ไทย จำกัด · จำเลย - นาย นพดล อธิจันทรรัตน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสิทธิ์ แสนศิริ · วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7578/2538ฎีกา 7390-7391/2553ฎีกา 7158/2538ฎีกา 8454/2544ฎีกา 3813/2535ฎีกา 5732/2552ฎีกา 388-389/2511ฎีกา 609/2526ฎีกา 9028/2542ฎีกา 594/2534ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2573/2552ฎีกา 2467/2526ฎีกา 6968/2537ฎีกา 4637/2567ฎีกา 7154/2551ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 5086/2537ฎีกา 1398/2493ฎีกา 361/2539ฎีกา 780/2535ฎีกา 4041/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ