⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 956/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 956/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ตามคำพิพากษาที่เกิดจากการขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ยังคงมีสิทธิโต้แย้งคดีและอุทธรณ์ฎีกาได้ และเมื่อถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว เจ้าหนี้ต้องขอรับชำระหนี้ตามกระบวนการของกฎหมายล้มละลาย ซึ่งรวมถึงการสอบสวนโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และศาล.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องให้จำเลยล้มละลายโดยอาศัยมูลหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งพิจารณาพิพากษาโดยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยย่อมมีสิทธิสู้คดีและอุทธรณ์ฎีกาได้ชั้นหนึ่ง และเมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดแล้ว โจทก์จะขอรับชำระหนี้ได้ก็แต่โดยปฏิบัติตามมาตรา 27,91,94, และ 96 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลายพ.ศ. 2483 แม้เป็นหนี้ตามคำพิพากษาก็ต้องผ่านการสอบสวนการพิจารณาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และศาลอีกชั้นหนึ่งการที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ในคดีที่จำเลยขาดนัดจึงไม่เป็นประโยชน์ ทั้งยังเพิ่มภาระแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และเสียเวลาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการรวบรวมจัดการทรัพย์สินของจำเลยเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายและจำเลย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงชอบที่จะยกคำร้องดังกล่าวของจำเลย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.146

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยล้มละลาย โดยมูลหนี้ตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางสองคดี ซึ่งศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาโดยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา คดีล้มละลายศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด จำเลยยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาคดีทั้งสองคดีใหม่หรืออนุญาตให้จำเลยดำเนินการเอง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยจึงยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการยื่นคำร้องขอให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาคดีของจำเลยทั้งสองคดีใหม่หรืออนุญาตให้จำเลยดำเนินการเองได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะดำเนินคดีให้จำเลยใหม่หรือไม่เป็นดุลพินิจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ศาลจะบังคับให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินคดีแทนจำเลยไม่ได้ ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในเบื้องต้น กรณีที่จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาให้จำเลยนำส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์ภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฎีกา ปรากฏว่าจำเลยไม่เสียค่าธรรมเนียมการส่ง เห็นว่าเรื่องนี้กรณีสืบเนื่องมาจากจำเลยยื่นคำร้อง ขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาคดีใหม่ หรืออนุญาตให้จำเลยดำเนินการเอง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยจึงยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ หรืออนุญาตให้จำเลยดำเนินการเอง ซึ่งจำเลยมีสิทธิกระทำได้และศาลมีอำนาจสั่งยืนตาม กลับหรือแก้ไขหรือสั่งยืนตาม กลับหรือแก้ไขหรือสั่งประการใดที่เห็นสมควรเป็นกรณีจำเลยโต้แย้งการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 146 เป็นเรื่องระหว่างจำเลยกับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และโจทก์ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีส่วนนี้แต่อย่างใด ไม่จำเป็นต้องส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์ แม้จำเลยจะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้นำส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์ ก็ยังไม่สมควรที่จะจำหน่ายคดี สมควรวินิจฉัยฎีกาของจำเลยต่อไป ซึ่งมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยดังกล่าวชอบหรือไม่ เห็นว่า การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าจัดการทรัพย์สินของจำเลยนั้น จะต้องดำเนินการให้เป็นประโยชน์แก่จำเลยและเจ้าหนี้ทั้งหลาย โดยคำนึงถึงประโยชน์ของกองทรัพย์สินของจำเลยซึ่งจะมีผลถึงเจ้าหนี้ทั้งหลายด้วย คดีนี้โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางสองคดี โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยล้มละลายโดยมูลหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว จำเลยย่อมมีสิทธิสู้คดีเพื่อให้ศาลพิพากษายกฟ้องมาชั้นหนึ่งแล้ว และยังมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาด้วย นอกจากนี้เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด โจทก์จะขอรับชำระหนี้ได้ก็แต่โดยปฏิบัติตามมาตรา 27, 91, 94 และ 96 แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 โดยต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องทำการสอบสวนเกี่ยวกับหนี้รายนี้และทำความเห็นเสนอต่อศาลว่าควรอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้เพียงใดหรือไม่ และเมื่อศาลพิจารณาแล้วจึงจะสั่งอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้หรืออาจยกคำขอรับชำระหนี้เสียก็ได้ ตามมาตรา 105, 106, 107 ในเมื่อหนี้ตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางดังกล่าวจะต้องได้รับการพิจารณาโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และศาลอีกชั้นหนึ่งอยู่แล้วเช่นนี้ การดำเนินการเพื่อให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาคดีใหม่ดังที่จำเลยร้องขอจึงไม่เป็นประโยชน์แต่อย่างไร ทั้งยังเป็นการเพิ่มภาระการดำเนินคดีให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และเสียเวลาในการรวบรวมจัดการทรัพย์สินของจำเลย อันเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะต้องทำเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายและจำเลยโดยไม่จำเป็นการที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยดังกล่าวย่อมเป็นประโยชน์แก่การจัดการทรัพย์สินของจำเลยมากกว่าที่จะสั่งอนุญาตตามคำร้องของจำเลย เป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบ ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งและคำพิพากษายืนตามคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 956/2535 ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ นาย ยง กิตติการุณย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด · จำเลย - นาย ยง กิตติการุณย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4024/2536ฎีกา 3152/2545ฎีกา 4820/2548ฎีกา 6968/2537ฎีกา 9867/2544ฎีกา 1843/2551ฎีกา 432/2503ฎีกา 3251/2534ฎีกา 5590/2548ฎีกา 3589/2525ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 2099/2532ฎีกา 4789/2553ฎีกา 2860/2529ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5219/2534ฎีกา 5768/2534ฎีกา 4432/2534ฎีกา 2981/2545ฎีกา 4802/2548ฎีกา 1049/2526ฎีกา 215/2544ฎีกา 2709/2536ฎีกา 44/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ