⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1229/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1229/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำรับรองว่าจะชำระหนี้ในอนาคต จะถือเป็นความเท็จก็ต่อเมื่อผู้ให้คำรับรองมีเจตนาที่จะไม่ปฏิบัติตามคำรับรองนั้นมาตั้งแต่แรก

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยให้คำรับรองต่อโจทก์ต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่าจะชำระหนี้แทน ส. ภายในวันที่ 30 เมษายน 2534และขอให้โจทก์ถอนคำร้องทุกข์ โจทก์หลงเชื่อจึงถอนคำร้องทุกข์คำรับรองดังกล่าวจึงเป็นคำมั่นสัญญาที่จำเลยจะปฏิบัติในอนาคตขณะให้คำรับรองยังไม่ปรากฏว่าเมื่อถึงกำหนดตามคำรับรองแล้วจำเลยจะไม่ไปปฏิบัติตามคำรับรอง คำรับรองดังกล่าวจึงไม่ใช่ข้อความเท็จนอกจากจำเลยมีความตั้งใจมาแต่แรกขณะให้คำรับรองว่าจะไม่ปฏิบัติตามคำรับรองจึงจะถือได้ว่าจำเลยแสดงข้อความเท็จ แต่โจทก์ก็มิได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยมีความตั้งใจมาแต่แรกขณะให้คำรับรองว่าจะไม่ปฏิบัติตามคำรับรอง ฟ้องโจทก์จึงขาดองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2534 จำเลยหลอกลวงโจทก์ว่าจะยอมรับภาระชำระหนี้แทนนางสุภาพร ขวัญเรือน เนื่องจากโจทก์ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ให้ดำเนินคดีนางสุภาพรฐานความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 โดยจำเลยรับรองต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่าจะชำระหนี้แทนนางสุภาพรตามเช็คเป็นเงิน 130,000 บาท ภายในวันที่ 30เมษายน 2534 และขอให้โจทก์ถอนคำร้องทุกข์ โจทก์หลงเชื่อจึงถอนคำร้องทุกข์ แต่เมื่อถึงกำหนดวันจะชำระหนี้แทนนางสุภาพร จำเลยขอผัดผ่อนและบ่ายเบี่ยงไม่ยอมชำระหนี้ การกระทำของจำเลยถือว่ามีเจตนาทุจริตฉ้อโกงโจทก์ ทำให้โจทก์เสียสิทธิในการดำเนินคดีอาญาต่อนางสุภาพร เหตุเกิดที่ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "องค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ต้องประกอบด้วยผู้หลอกลวงมีเจตนาทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และผลการหลอกลวงนั้นทำให้ผู้หลอกลวงได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยหลอกลวงโจทก์ว่าจะยอมชำระหนี้แทนนางสุภาพร ขวัญเรือนเนื่องจากโจทก์ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีนางสุภาพรฐานความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คโดยจำเลยรับรองต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่า จะชำระหนี้แทนนางสุภาพรภายในวันที่ 30 เมษายน 2534 และขอให้โจทก์ถอนคำร้องทุกข์ โจทก์หลงเชื่อจึงถอนคำร้องทุกข์ แต่เมื่อถึงกำหนดวันที่ที่จำเลยจะชำระหนี้แทน จำเลยผัดผ่อนไม่ยอมชำระ ทำให้โจทก์เสียหาย เมื่อพิจารณาองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงประกอบคำบรรยายฟ้องของโจทก์แล้ว องค์ประกอบแรกจำเลยต้องเป็นผู้หลอกลวงโจทก์ด้วยการแสดงข้อความเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง แต่ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ โจทก์บรรยายว่าจำเลยให้คำรับรองต่อโจทก์ต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่าจะชำระหนี้แทนนางสุภาพรภายในวันที่30 เมษายน 2534 และขอให้โจทก์ถอนคำร้องทุกข์ คำรับรองว่าจะใช้หนี้แทนภายในวันที่ 30 เมษายน 2534 เป็นคำมั่นสัญญาที่จำเลยจะปฏิบัติในอนาคต ขณะให้คำรับรองยังไม่ปรากฏว่าเมื่อถึงกำหนดตามคำรับรองแล้วจำเลยจะไม่ปฏิบัติตามคำรับรอง คำรับรองดังกล่าวจึงไม่ใช่ข้อความเท็จนอกจากจำเลยมีความตั้งใจมาแต่แรกขณะให้คำรับรองว่าจะไม่ปฏิบัติตามคำรับรอง จึงจะถือได้ว่าจำเลยแสดงข้อความเท็จ แต่โจทก์ก็มิได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยมีความตั้งใจมาแต่แรกขณะให้คำรับรองว่าจะไม่ปฏิบัติตามคำรับรอง ฟ้องโจทก์จึงขาดองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าตามคำฟ้องโจทก์ จำเลยมิได้กระทำความผิดคดีโจทก์ไม่มีมูล ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1229/2536 นาง สม ถวิล สีมารักษ์ โจทก์ นาง สุมล พินิจพานิชย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สม ถวิล สีมารักษ์ · จำเลย - นาง สุมล พินิจพานิชย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 2303/2518ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 599/2532ฎีกา 6196/2534ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ