คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1692/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จและเบิกความเท็จ จะเป็นความผิดได้ต่อเมื่อพยานหลักฐานและคำเบิกความอันเป็นเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดีที่นำสืบหรือเบิกความ.
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จและเบิกความเท็จตาม ป.อ.มาตรา 180 และ 177 มีองค์ประกอบความผิดสำคัญประการหนึ่งว่า พยานหลักฐานและคำเบิกความอันเป็นเท็จจะต้องเป็นข้อสำคัญในคดีที่นำสืบหรือเบิกความด้วย ดังนั้นประเด็นสำคัญในคดีมีว่าอย่างไร พยานหลักฐานและคำเบิกความของจำเลยที่ 1 เป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร จึงเป็นสาระสำคัญอันเป็นองค์ประกอบของความผิดที่โจทก์จะต้องบรรยายไว้ให้ชัดแจ้งในคำฟ้อง เมื่อคำฟ้องของโจทก์หาได้บรรยายถึงสาระสำคัญเช่นว่านั้นไม่ ถือได้ว่าคำฟ้องของโจทก์ไม่ได้บรรยายถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ.มาตรา 158 (5)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเลิศศักดิ์ ภู่ชนะกิจ · จำเลย - นายสมชาย น้อยฉ่ำ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมาน เวทวินิจ · ปรีชา ธนานันท์ · จิระ บุญพจนสุนทร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · ศาลอุทธรณ์ - นายไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา