⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 193/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 193/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินมิได้กำหนดเรื่องดอกเบี้ยไว้เป็นอย่างอื่น ดอกเบี้ยย่อมคิดตั้งแต่วันที่ลงในตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นต้นไป

ย่อคำพิพากษา

ป.พ.พ. ว่าด้วยตั๋วสัญญาใช้เงินไม่ได้บัญญัติในเรื่องดอกเบี้ยไว้ แต่มาตรา 985 บัญญัติให้นำเอาบทบัญญัติว่าด้วยตั๋วแลกเงินมาบังคับ ซึ่งหมวดดังกล่าวมาตรา 911 บัญญัติว่า ผู้สั่งจ่ายจะเขียนข้อความกำหนดลงไว้ว่าจำนวนเงินอันจะพึงใช้นั้นให้คิดดอกเบี้ยด้วยก็ได้ และกรณีเช่นนั้นถ้ามิได้กล่าวลงไว้เป็นอย่างอื่น ดอกเบี้ยย่อมคิดแต่วันที่ลงในตั๋วเงิน ดังนี้ เมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินพิพาทมิได้กล่าวถึงเรื่องการคิดดอกเบี้ยไว้เป็นอย่างอื่น จึงต้องคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2517 อันเป็นวันที่ลงในตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นเป็นต้นไป หาใช่ตั้งแต่วันถึงกำหนดใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.911 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.985 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.94 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.107

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาดเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน22,183,941.51 บาท จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว เห็นว่า มูลหนี้ไม่ต้องห้ามมิให้ขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 94 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 เจ้าหนี้จึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน5 ฉบับ เป็นต้นเงิน 11,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ21 ต่อปี นับแต่วันที่ตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนดชำระจนถึงวันพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเป็นเงิน 1,837,643.84 บาท รวมเป็นต้นเงินและดอกเบี้ยจำนวน 12,837,643.84 บาท เจ้าหนี้ขอมา 22,183,941.51 บาทจึงขอมามากไป 9,346,297.67 บาท เห็นควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 12,837,643.84 บาท จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 130(8) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 ส่วนที่ขอเกินมาให้ยกเสีย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เจ้าหนี้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าจำเลยที่ 1 ได้กู้เงินเจ้าหนี้รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 11,000,000 บาทโดยได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่เจ้าหนี้ 5 ฉบับ คือ ตั๋วสัญญาใช้เงินเลขที่ 002/2527 ถึงเลขที่ 004/2527 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2527ฉบับละ 3,000,000 บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 21 ต่อปี ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.21 ถึง จ.23 และตั๋วสัญญาใช้เงินเลขที่ 005/2527ถึง 006/2527 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2527 ฉบับละ 1,000,000 บาทพร้อมอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 21 ต่อปี ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.24 จ.25โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับอาวัล และจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ชำระดอกเบี้ยตามตั๋วสัญญาใช้เงินทั้งห้าฉบับแก่เจ้าหนี้ มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของเจ้าหนี้ว่า เจ้าหนี้มีสิทธิคิดดอกเบี้ยตามตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมาย จ.21 ถึง จ.25 ตั้งแต่วันที่27 กรกฎาคม 2527 อันเป็นวันที่ลงในตั๋วสัญญาใช้เงินหรือไม่ และตั๋วสัญญาใช้เงินเลขที่ 003/2527 เอกสารหมาย จ.22 ซึ่งถึงกำหนดชำระหลังวันที่ 30 พฤษภาคม 2532 อันเป็นวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้มีสิทธิคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่27 กรกฎาคม 2527 อันเป็นวันที่ลงในตั๋วสัญญาใช้เงินถึงวันที่ 30พฤษภาคม 2532 หรือไม่ เห็นว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะ 21 หมวด 3 ว่าด้วยตั๋วสัญญาใช้เงินไม่ได้บัญญัติในเรื่องดอกเบี้ยไว้ แต่มาตรา 985 บัญญัติให้นำเอาบทบัญญัติในหมวด 2 ว่าด้วยตั๋วแลกเงินมาบังคับ ซึ่งในหมวดดังกล่าว มาตรา 911 บัญญัติว่า"ผู้สั่งจ่ายจะเขียนข้อความกำหนดลงไว้ว่าจำนวนเงินอันจะพึงใช้นั้นให้คิดดอกเบี้ยด้วยก็ได้ และในกรณีเช่นนั้น ถ้ามิได้กล่าวลงไว้เป็นอย่างอื่น ท่านว่าดอกเบี้ยย่อมคิดแต่วันที่ลงในตั๋วเงิน" เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความในตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมาย จ.21ถึง จ.25 มิได้กล่าวถึงเรื่องการคิดดอกเบี้ยไว้เป็นอย่างอื่นจึงต้องคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2527 อันเป็นวันที่ลงในตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นต้นไป หาใช่ตั้งแต่วันถึงกำหนดใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยไม่ ฎีกาของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า อนุญาตให้เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ดอกเบี้ยตามตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมาย จ.21 ถึง จ.25 รวม 5 ฉบับในอัตราร้อยละ 21 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2527 ถึงวันที่30 พฤษภาคม 2532 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 193/2536 บริษัท เงินทุน ไทย เซ ฟวิ่งก์ ทรัสต์ จำกัด โจทก์ เจ้าหนี้ โจทก์ บริษัท เงินทุน ไทย เซ ฟวิ่งก์ ทรัสต์ จำกัด โจทก์ บริษัท ออล ไทย จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เงินทุน ไทย เซ ฟวิ่งก์ ทรัสต์ จำกัด · โจทก์ - เจ้าหนี้ · โจทก์ - บริษัท เงินทุน ไทย เซ ฟวิ่งก์ ทรัสต์ จำกัด · จำเลย - บริษัท ออล ไทย จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1506/2542ฎีกา 4642/2540ฎีกา 312/2531ฎีกา 1252/2530ฎีกา 8080/2538ฎีกา 865/2510ฎีกา 9487/2558ฎีกา 946/2509ฎีกา 1783/2551ฎีกา 2634/2534ฎีกา 815/2533ฎีกา 374/2534ฎีกา 4851/2545ฎีกา 997/2510ฎีกา 986/2507ฎีกา 1679/2551ฎีกา 1890/2537ฎีกา 2649/2522ฎีกา 6555/2542ฎีกา 2032/2506ฎีกา 8853/2550ฎีกา 5303/2533ฎีกา 8795/2551ฎีกา 1282-1288/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ